รัฐบาลขู่ฟันร้านค้าแลกเงินสด "ไทยช่วยไทยพลัส" เจอคุก 3 ปี
03 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

รัฐบาลเตือนเข้ม ร้านค้าและประชาชนห้ามนำสิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" แลกเงินสด ชี้เข้าข่ายฉ้อโกงมีโทษหนักติดคุก 3 ปี พร้อมสั่งระงับสิทธิและขึ้นบัญชีดำ
ข่าว
03 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

รัฐบาลเตือนเข้ม ร้านค้าและประชาชนห้ามนำสิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" แลกเงินสด ชี้เข้าข่ายฉ้อโกงมีโทษหนักติดคุก 3 ปี พร้อมสั่งระงับสิทธิและขึ้นบัญชีดำ
KEY
POINTS
3 มิถุนายน 2569 รัฐบาลเดินหน้าตรวจสอบเข้มข้น หลังพบการทุจริตใน โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่มีการนำสิทธิไปแลกเงินสดผิดวัตถุประสงค์ เตือนภัยผู้กระทำผิดเตรียมรับโทษหนักฐาน ฉ้อโกง ทั้งจำทั้งปรับและชดใช้เงินคืนเต็มจำนวน ซึ่งกระทบต่อ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และระบบ เศรษฐกิจฐานราก ที่รัฐมุ่งหวังช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือนร้านค้าและประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60:40” ว่า ห้ามนำสิทธิจากโครงการไปแลกเป็นเงินสด โดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง พร้อมย้ำว่า
การนำสิทธิจากโครงการไปแลกเป็นเงินสด เป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ของโครงการและผิดกฎหมาย มีบทลงโทษทั้งผู้รับแลกและผู้ใช้ ความผิดฐาน “ฉ้อโกง” เป็นการเจตนาหลอกลวงผู้อื่น ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 341
รองโฆษกรัฐบาล ระบุว่า รัฐบาลสั่งการให้ติดตามตรวจสอบโครงการไทยช่วยไทยพลัสอย่างใกล้ชิด หากพบกระทำความผิดจริง จะระงับการจ่ายเงินให้แก่ร้านดังกล่าว พร้อมทั้งระงับไม่ให้เข้ารับสิทธิ์อื่น ๆ ในโครงการของรัฐ และต้องชดใช้เงินคืนรัฐ
นอกจากนี้ ผู้ที่โพสต์ข้อความเชิญชวนแลกสิทธิเป็นเงินสด จะถูกส่งข้อมูลให้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ หากพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายทุจริตผิดกฎหมายในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สายด่วน 1569 กระทรวงการคลัง โทร 02-273-9020 ต่อ 3697, 3527, 3548, 3509 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร 02-111-1144 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1559 ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาวพลอยทะเล ระบุ
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาพลังงาน โดยมุ่งเน้นบรรเทาภาระค่าครองชีพ ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงประคับประคองเศรษฐกิจฐานราก ไปพร้อมกับการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศผ่านร้านค้ารายย่อย เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยภาครัฐช่วยจ่ายให้สูงถึง 60% และประชาชนจ่ายเองเพียง 40% ขอเตือนพี่น้องประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อ แลกสิทธิเด็ดขาด เข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง”
ข่าวล่าสุด