ห้องที่ 3 “สดุดีฝีมือช่าง: สืบสานหัตถศิลป์ไทย” จัดแสดงพระพัชนีด้ามจิ้วของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงและผลงานหัตถศิลป์จากสถาบันสิริกิติ์ ทั้งงานถม งานคร่ำ งานจักสานย่านลิเภา นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเครื่องเบญจรงค์ พร้อมวีดิทัศน์ที่ถ่ายทอดกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานของช่างฝีมือไทย
ห้องที่ 4 “ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยห้องเสื้อบัลแมง” นายปิแอร์ บัลแมง ได้ถวายงานออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์ โดยมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่พ.ศ. 2502 ต่อมา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระราชทานผ้าไทยให้นายบัลแมงไปออกแบบตัดเย็บเป็นฉลองพระองค์ ผสมผสานงานปักชั้นสูงของฝรั่งเศสโดยนายฟรองซัวส์ เลอซาจ เป็นพระราชกุศโลบายในการเผยแพร่ผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักในนานาประเทศ
ห้องที่ 5 “ผ้ายก: มรดกภูมิปัญญาผ้าไทย” จัดแสดงฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บจากผ้ายก ผ้าขิด ผ้าจก และผ้าแพรวา ตลอดจนผืนผ้ายกโบราณ แสดงถึงภูมิปัญญาการทอผ้าในแต่ละท้องถิ่นของไทยที่ยังทรงคุณค่ามาจนปัจจุบัน
ห้องที่ 6 “ผ้ามัดหมี่: หัตถกรรมไทยสู่สากล” จัดแสดงฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่ และวีดิทัศน์แสดงขั้นตอนการเลี้ยงไหม การสาวไหม และการทอผ้า
ห้องที่ 7 “ชุดไทยร่วมสมัย แรงบันดาลใจจากอดีตสู่ปัจจุบัน” ผลงานที่จัดแสดงในส่วนนี้ เป็นการต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมด้วยความคิดสร้างสรรค์ และยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน ทั้งชุดไทยแบบร่วมสมัย และตัวอย่างเทคนิคงานปักแบบผสมผสานจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ รวมทั้ง ผลงานจากดีไซเนอร์ไทยร่วมสมัย ได้แก่ ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ การออกแบบแฟชั่น ห้องเสื้อ Tirapan, พลพัฒน์ อัศวะประภา แบรนด์ Asava, วทิต วิรัชพันธุ์ เเละอิทธิ เมทะนี เเบรนด์ Vatit Itthi, วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข แบรนด์ Wishirawish เเละ พลัฏฐ์ พลาฎิ แบรนด์ Meshmuseum
นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงสาธิตศิลปหัตถกรรมไทย ได้แก่ งานปักซอยแบบไทยโบราณ จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และงานปักประดับผสมผสานเทคนิคจากยุโรป จาก SIRIVANNAVARI Atelier and Academy ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้วย
นิทรรศการราชพัสตราสู่สากล “La Mode en Majesté: Royal Thai Dress From Tradition to Modernity" จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบ 340 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต และวาระครบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐฝรั่งเศส เปิดให้เข้าชมได้จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2569 ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส