ผสานเทคโนโลยี อว. กับวิถีชุมชนด้วย "Circular Economy"
ปัจจุบันกระทรวง อว. มีศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อวิเคราะห์จุดความร้อน (Hotspot) และแหล่งกำเนิดฝุ่นได้อย่างแม่นยำ แต่เครื่องมือเหล่านี้จะทรงพลังที่สุดเมื่อนำมาผนึกกำลังกับองค์ความรู้และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
โดยรัฐบาลได้นำแนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) มาเป็นแกนหลัก เริ่มนำร่องในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเพื่อเปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรจากภาระให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการเคารพภูมิปัญญาชุมชน เพื่อให้เกิดความสมดุลทั้งมิติสิ่งแวดล้อมและปากท้อง
ก้าวข้ามเงื่อนไขการเมือง มุ่งคุ้มครองสิทธิประชาชน
นายยศชนัน เน้นย้ำว่าการแก้ปัญหานี้ต้องก้าวข้ามเงื่อนไขทางการเมือง โดยมุ่งไปที่ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมเปิดรับข้อมูลจากทุกภาคส่วนเพื่อใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบายและการบังคับใช้กฎหมายให้มีความแม่นยำและเป็นธรรม นอกจากนี้ยังยืนยันการขับเคลื่อนนโยบายต่อเนื่อง ทั้งการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการผลักดัน พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เพื่อปกป้องสิทธิในอากาศสะอาดในระยะยาว
"บก.ลายจุด" เสนอสร้างหน่วยดับไฟมืออาชีพในชุมชน
ด้าน นายสมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด) ระบุว่าจากการทำงานร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ในเชียงราย พบว่าแต่ละพื้นที่ต้องการการจัดการที่ต่างกันตามสภาพภูมิประเทศ พร้อมเสนอให้รัฐบาลลงทุนกับ "หน่วยดับไฟมืออาชีพ" ในทุกพื้นที่ และบริหารจัดการการใช้ไฟในภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ โดยต้องให้ชุมชนเป็นฐานหลักในการจัดการ หากขาดการมีส่วนร่วมจากคนในพื้นที่ รัฐบาลย่อมไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน
#ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #PM25 #อากาศสะอาด #กระทรวงอว #แก้ปัญหาฝุ่น #เชียงใหม่ #เชียงราย #ไฟป่า #CircularEconomy #สิทธิมนุษยชน #พรรคประชาชน #รัฐบาล2569