เนชั่นทีวี

ข่าว

"พรุลานควาย" รอยต่อปัตตานี-ยะลา เมื่อรัฐดันขึ้นทะเบียน Ramsar Site แต่คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ "ฮูกุมปากัต"

17 เม.ย. 2569

"พรุลานควาย" รอยต่อปัตตานี-ยะลา เมื่อรัฐดันขึ้นทะเบียน Ramsar Site แต่คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ "ฮูกุมปากัต"

"พรุลานควาย" ขุมทรัพย์ธรรมชาติรอยต่อยะลา-ปัตตานี กำลังถูกผลักดันสู่พื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก Ramsar Site ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากชุมชนที่จี้ให้รัฐทบทวนโครงการผันน้ำเสียจากเมืองลงสู่พรุ! เลขาฯ ศอ.บต. ย้ำชัด "ถ้าชาวบ้านไม่เอาด้วย โครงการก็เดินต่อไม่ได้"

17 เมษายน 2569 ท่ามกลางกระแสการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ที่มักถูกฉายภาพผ่านโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจกต์ กลับมีภาพความเคลื่อนไหวที่แตกต่างออกไป ณ บริเวณปาลอตันหยง หมู่ที่ 1 ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา

เมื่อ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ควงคู่มากับ นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ลงพื้นที่เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจาก "คนพรุ" เป้าหมายสำคัญคือการสำรวจความเป็นไปได้ในการผลักดัน “พรุลานควาย” พื้นที่ชุ่มน้ำผืนใหญ่รอยต่อ 2 จังหวัด ให้ก้าวสู่การเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก หรือ Ramsar Site

"พรุลานควาย" รอยต่อปัตตานี-ยะลา เมื่อรัฐดันขึ้นทะเบียน Ramsar Site แต่คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ "ฮูกุมปากัต"

ทว่า... ท่ามกลางภาพการผลักดันด้านสิ่งแวดล้อม กลับมีเสียงสะท้อน "คัดค้าน" โครงการผันน้ำจากเมืองใหญ่โพล่งขึ้นมากลางวงเสวนา กลายเป็นบทพิสูจน์ว่า การพัฒนาบนฐานทรัพยากรในพื้นที่เปราะบางแห่งนี้ "เสียงของประชาชน" คือกุญแจดอกสำคัญที่สุด

จากการตรวจสอบข้อมูลของกลุ่มงานพัฒนาเศรษฐกิจ (กสพ.) ศอ.บต. พบว่า "พรุลานควาย" ไม่ใช่เพียงแค่บึงน้ำรอการระบาย แต่มันคือ "ปอด" และ "คลังอาหาร" ขนาดมหึมาของลุ่มน้ำสายบุรี ครอบคลุม อ.รามัน จ.ยะลา และ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ในช่วงฤดูฝนน้ำจะท่วมขยายกว้างถึง 34,222.5 ไร่ (พื้นที่แกนกลางรวมกว่า 15,000 ไร่) และ พบสิ่งมีชีวิตรวมกว่า 330 ชนิด แบ่งเป็น นก 150 ชนิด (รวมนกอพยพ 45 ชนิด), ปลา 56 ชนิด, พืช 52 ชนิด พบเต่าดำ, เต่าแก้มขาว, ลิงแสม และนกหายากอย่าง "นกกก" (นกกาฮัง) รวมถึงนกกะเต็นหัวดำ

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ พรุลานควายจึงเข้าข่ายเกณฑ์การพิจารณาเพื่อขึ้นทะเบียนเป็น Ramsar Site ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างน้อย 1 ใน 9 ข้ออย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเป็นถิ่นอาศัยของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามในระดับโลก

"พรุลานควาย" รอยต่อปัตตานี-ยะลา เมื่อรัฐดันขึ้นทะเบียน Ramsar Site แต่คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ "ฮูกุมปากัต"

จุดที่น่าสนใจที่สุดของพรุลานควาย ไม่ใช่แค่จำนวนนกหรือชนิดของปลา แต่คือ "การจัดการ" โดยชุมชนผ่านสิ่งที่เรียกว่า "ฮูกุมปากัต" (Hukum Pakat) หรือข้อตกลงร่วมกันของจารีตท้องถิ่น ชาวบ้านที่นี่แบ่งสัดส่วนการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเป็นระบบโดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐมาชี้นิ้วสั่ง เก็บไว้เพื่อการอนุรักษ์และรักษาสมดุลนิเวศ แหล่งน้ำดิบและพื้นที่ทำประมงพื้นบ้าน สำหรับกสิกรรม เลี้ยงปากท้อง พื้นที่เลี้ยงสัตว์ (อันเป็นที่มาของชื่อ "พรุลานควาย")

การจัดการแบบ "กินได้-อยู่ได้-รักษาสิ่งแวดล้อมได้" นี้เองที่ทำให้ สมาคมลุ่มน้ำสายบุรี พยายามขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์ในระยะที่ 2 ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เพื่อสร้าง "ธรรมนูญชุมชน" ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

"พรุลานควาย" รอยต่อปัตตานี-ยะลา เมื่อรัฐดันขึ้นทะเบียน Ramsar Site แต่คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ "ฮูกุมปากัต"

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกับการลงพื้นที่ของเลขาธิการ ศอ.บต. กลุ่มชาวบ้านตำบลน้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง พร้อมด้วยนายก อบต.น้ำดำ ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือคัดค้านโครงการระบายน้ำจากเทศบาลนครยะลา ที่มีแผนจะผันน้ำเข้ามาพักในพรุลานควายก่อนระบายลงแม่น้ำสายบุรี

ชาวบ้านแสดงความกังวลอย่างหนักว่า "น้ำเสีย" หรือปริมาณน้ำที่มากเกินความจำเป็นจากเขตเมือง จะเข้าไปทำลายสมดุลของ "ฮูกุมปากัต" ที่พวกเขารักษามาหลายชั่วอายุคน รวมถึงส่งผลกระทบต่อปลาและพื้นที่เกษตรกรรม

"การระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่พรุอาจทำให้สมดุลของระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิตเดิมของคนในพื้นที่อาจพังทลายลง" คือเสียงสะท้อนจากเวทีหารือ ณ อบต.น้ำดำ

ต่อประเด็นความขัดแย้งนี้ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. ให้สัมภาษณ์ด้วยท่าทีที่ชัดเจนและโอนอ่อนตามความต้องการของชุมชน โดยย้ำว่าโครงการใดๆ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่เปราะบางเช่นนี้ "ความยินยอม" คือบรรทัดฐานแรก

"พรุลานควายเป็นพื้นที่อ่อนไหว... การจะยกระดับเป็น Ramsar Site หรือโครงการใดๆ ต้องผ่านความเห็นชอบจากคนในพื้นที่เป็นสำคัญ ผมต้องการหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าประชาชนในพื้นที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเอาด้วย แล้วหลังจากนั้นถึงจะเดินได้... จะทำอะไรก็ได้ แต่เจ้าของพื้นที่ต้องเห็นชอบด้วย"      

คำกล่าวของเลขาธิการ ศอ.บต. สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านแนวทางการบริหารจัดการในพื้นที่ชายแดนใต้ จากเดิมที่เน้นการสั่งการจากบนลงล่าง มาสู่การรับฟังเสียงข้างล่างขึ้นบน มากขึ้น

"พรุลานควาย" รอยต่อปัตตานี-ยะลา เมื่อรัฐดันขึ้นทะเบียน Ramsar Site แต่คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ "ฮูกุมปากัต"

ภารกิจผลักดันพรุลานควายสู่ระดับสากล ไม่ใช่แค่การชูธง "อนุรักษ์" เพื่อเอาโล่หรือชื่อเสียงในระดับโลก แต่มันคือการรักษา "ความมั่นคงทางอาหาร" และ "จิตวิญญาณลุ่มน้ำ" ของคนนับหมื่นในปัตตานีและยะลา

การทำประชามติและการกำหนดธรรมนูญชุมชนที่ชัดเจน จึงไม่ใช่เพียงแค่ขั้นตอนทางกฎหมาย แต่เป็น "ทางรอดเดียว" ที่จะทำให้พรุลานควายยังคงเป็นลานควายของชาวบ้าน และเป็นมรดกโลกที่ยั่งยืนสืบไป

"พรุลานควาย" รอยต่อปัตตานี-ยะลา เมื่อรัฐดันขึ้นทะเบียน Ramsar Site แต่คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ "ฮูกุมปากัต"