ปชช.แห่ตรวจสอบ-ขอไถ่ทองแน่น หลัง จนท.ลอบฉกทองจาก "โรงตึ๊ง"
12 ม.ค. 2569
ชาวบ้านแห่ไถ่ทองคืนแน่น-โอดหมดศรัทธา หลัง จนท.แสบอาศัยช่วงหยุดยาวปีใหม่ ฉกทองลูกค้าออกจากโรงรับจำนำ 270 บาท มูลค่ากว่า 17 ล้าน
ข่าว
12 ม.ค. 2569
ชาวบ้านแห่ไถ่ทองคืนแน่น-โอดหมดศรัทธา หลัง จนท.แสบอาศัยช่วงหยุดยาวปีใหม่ ฉกทองลูกค้าออกจากโรงรับจำนำ 270 บาท มูลค่ากว่า 17 ล้าน
12 มกราคม 2569 ที่สถานธนานุบาลเทศบาลตรัง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์ของสถานธนานุบาลฯ ตกเป็นผู้ต้องหาขโมยทองคำของประชาชนที่นำไปจำนำไว้ ก่อนเอาทองไปขายตามร้านทอง และโรงรับจำนำเอกชนต่าง ๆ ในเขตเทศบาลตรัง จนเจ้าหน้าที่จับกุมตัวในที่สุด และติดตามยึดคืนทองคำจากแหล่งต่าง ๆ กลับมาได้จำนวนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างการติดตามกลับคืน สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนเจ้าของทรัพย์เป็นอย่างมาก
ล่าสุดวันนี้ ซึ่งเป็นวันเปิดทำการวันแรกหลังจากเกิดเรื่อง ที่สถานธนานุบาลเทศบาลตรัง หรือโรงรับจำนำ หนาแน่นไปด้วยประชาชนที่ได้นำทรัพย์ไปจำนำไว้ต่างเดินเข้ามาตรวจสอบทรัพย์สินของตนเอง เจ้าหน้าที่ต้องตั้งโต๊ะรับตรวจสอบบัญชีรายชื่อเจ้าของทรัพย์ที่ถูกขโมยออกไป ตามผลที่คณะกรรมการจัดการสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้าตรวจทรัพย์รับจำนำอย่างละเอียดตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นกัน
และทางสถานธนานุบาลฯ ได้จัดทำบัญชีรายชื่อเจ้าของทรัพย์ที่ถูกขโมย รวมจำนวนกว่า 170 รายการ และแจ้งเจ้าของทรัพย์ทุกรายแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลายคนที่มาจะไม่มีรายชื่อในบัญชีเจ้าของทรัพย์ที่ถูกขโมยไป แต่ก็ขอบัตรคิวเข้าตรวจสอบทรัพย์ตัวเองให้เห็นกับตา และจำนวนมากมาพร้อมเงินสด ที่ตั้งใจจะไถ่ถอนออกไป จำนวนหนึ่งยังไม่มีเงินไถ่ถอน แต่ตั้งใจจะกลับมาไถ่ถอนคืน โดยทั้งหมดให้เหตุผลว่าไม่ไว้วางใจอีกต่อไป เพราะเจ้าหน้าที่เป็นคนทำเอง ทำให้เสียความรู้สึกไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่จะทำแบบนี้ได้ ขณะที่บางคนบอกว่า ยังมั่นใจ แต่ขอไถ่ถอนออกไปก่อน เพื่อความสบายใจ และไม่มั่นใจว่าทองคำที่มีอยู่จะเป็นทองจริงหรือไม่ จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนด้วย ทั้งทอง และน้ำหนักทอง
บางราย บอกว่า วันนี้มาตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ทองยังอยู่หรือไม่ หากอยู่ก็จะรีบหาเงินมาไถ่ถอนออกให้เร็วที่สุด และวันที่ไถ่ถอนคืนจะทำการไลฟ์สดขณะรับทอง และขณะนำทองไปให้ร้านทองใกล้ๆตรวจสอบว่า ทองคำจริงหรือไม่ เพราะไม่มั่นใจแล้ว
ด้าน นายธีรพันธ์ ศิริปักมานนท์ ท้องถิ่นจังหวัดตรัง บอกว่า ผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จ.ส.ท.พบว่าทรัพย์ที่ถูกขโมยนำออกไปรวมจำนวนกว่า 170 รายการ ติดตามกลับคืนมาได้แล้วร้อยกว่ารายการ ที่เหลือก็อยู่ระหว่างการติดตาม หลังจากนี้ทาง คณะกรรมการจัดการสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จ.ส.ท.) จะมีเงินทุนดำเนินงานให้
ส่วนทรัพย์สินที่หายไป จะคืนให้เป็นทรัพย์เต็มรูปแก่ประชาชน หรือคืนเป็นเงินสด แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า โดยจ่ายให้ตามราคาทองแท่งตามประกาศสมาคมค้าทอง ณ วันนั้น
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า สถานธนานุบาลดำเนินงานภายใต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทรัพย์ที่ประชาชนนำมาฝากไว้ จะได้รับการคุ้มครอง ซึ่งมีกฎหมายระบุชัดเจน ส่วนเรื่องการสูญหายที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่เกิดจากพฤติกรรมของคน ซึ่งตอนนี้ผู้กระทำผิดได้ถูกดำเนินคดีทางอาญาแล้ว ส่วนระบบการทำงานภายใน จ.ส.ท.จะรายงานกลับมา
สำหรับการตรวจสอบว่ามีใคร เรื่องระเบียบวินัย เป็นอำนาจนายกเทศมนตรีนครตรังแต่งตั้งคณะกรรมการ ส่วนจะมีใครบ้างจะต้องให้ส่วนกลางพิจารณาก่อน ซึ่งการตรวจสอบจะเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม จังหวัดตรัง มีสถานธนานุบาลของท้องถิ่นจำนวน 4 แห่ง ได้แก่
พร้อมกันนี้ ได้มีการสั่งการให้ทุกแห่งทำการตรวจสอบทรัพย์เป็นประจำ ซึ่งจะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก ในส่วนประเด็นที่ประชาชนห่วงว่าอาจจะมีทองปลอมคืนมา ขอยืนยันว่าไม่มีอย่างแน่นอน เพราะที่โรงรับจำนำมีเครื่องตรวจสอบน้ำหนักและเปอร์เซ็นต์ทอง ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ หากประชาชนยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นทองแท้หรือไม่ สามารถนำทองพร้อมกับเจ้าหน้าที่โรงรับจำนำสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง ไปตรวจสอบกับร้านทองที่ประชาชนเชื่อถือได้เช่นกัน
ขณะที่ นายแพทย์รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวว่า ข้อมูลเท่าที่สืบทราบได้ ขณะนี้มีรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวน 80 ราย แต่ใน 80 รายนี้ก็มีจำนวนลดลงเรื่อยๆ จากการสืบหาทรัพย์ พูดประมาณได้ว่าเกือบจะไม่มีทรัพย์สินสูญหาย ส่วนหนึ่งเราได้กลับคืนมา อีกส่วนหนึ่งเรารู้ว่าไปอยู่ที่ตรงไหนบ้าง ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สืบสวน ที่จะต้องไปติดตามกลับมา
สำหรับการดำเนินงานของโรงรับจำนำก็ต้องเรียนว่า โรงจำนำดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการสถานธนานุบาลของท้องถิ่นในระดับภาคระดับประเทศ เทศบาลมีหน้าที่คอยดูแลกว้างๆ หากมีทรัพย์สินสูญหาย ทางโรงจำนำมีเงินทุนหมุนเวียนที่จะชดเชยให้กับพี่น้องประชาชนทุกราย
ตอนนี้เท่าที่ทราบคือ กำลังพยายามกำลังติดตามกลับมาให้ได้ครบทุกชิ้น สำหรับผู้ใช้บริการรายอื่นๆ ก็จะมีการให้บริการตามปกติตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเงินที่นำมาชดเชยก็เป็นเงินทุนหมุนเวียนหรือกำไรจากการประกอบกิจการ ไม่กระทบกับงบประมาณของเทศบาลนครตรัง
ส่วนความปลอดภัยหลังจากนี้ เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการระดับประเทศ ซึ่งผู้จัดการใหญ่ก็ได้ลงมาดูแล้ว เป็นหน้าที่ของระดับประเทศที่จะสั่งการลงมา เป็นนโยบายระดับประเทศ คิดว่าคงจะมีการปรับปรุงในเรื่องของการรักษาความปลอดภัย
และเรื่องของการดำเนินคดีก็เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องของการดำเนินงานทางความผิดทางวินัย ความผิดทางคดีละเมิด ซึ่งทางเทศบาลนครตรังเองก็ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง มีหน้าที่จะต้องปรึกษากับทางระดับประเทศว่าจะแต่งตั้งกรรมการเพื่อที่จะหาตัวผู้กระทำความผิด ผู้ที่ทำผิดวินัย ผู้ทำผิดทางละเมิดทั้งหมด
สำหรับปริมาณทองคำที่ถูกผู้ต้องหาโจรกรรมออกจากสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรังในครั้งนี้ เกิดขึ้นช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ มีทั้งทองรูปพรรณ และทองแท่ง น้ำหนักรวม 270 บาท มูลค่ากว่า 17 ล้านบาท ขณะนี้ยึดมาได้แล้ว 80.40 บาท มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ทั้งสร้อย แหวน นาฬิกา กำไล พระเลี่ยมทอง ส่วนที่เหลือน้ำหนักทองอีกประมาณ 200 บาท รวมทองแท่งด้วย กว่า 13 ล้านบาท ซึ่งผู้ต้องหานำไปขายให้กับโรงจำนำเอกชน และร้านทองในห้างสรรพสินค้า ทางเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการประสานกับเจ้าของโรงรับจำนำและร้านทองดังกล่าว เพื่อติดตามทรัพย์ทั้งหมดกลับคืนมา
