ขณะเดียวกัน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีคำสั่งปิดเส้นทางดังกล่าวเป็นการชั่วคราว ระหว่างการดำเนินคดีและตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันการเข้าใช้พื้นที่เพิ่มเติม และลดความเสี่ยงต่อการกระทบทรัพยากรในเขตคุ้มครอง
“จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมพิจารณาแนวทางจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่พิพาทให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่กระทบพื้นที่อนุรักษ์” พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าว
ส่วนกรณีที่มีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า หากไม่เปิดใช้ถนนหรือกันแนวเขตออกจากป่า ชาวบ้านจะไม่ให้ความร่วมมือในการป้องกันไฟป่าและหมอกควันนั้น ที่ปรึกษารัฐมนตรีระบุว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยประชาชนในพื้นที่ ต.เสาหิน และ ต.แม่ลาหลวง ยังคงให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
ด้าน ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า หากผลการตรวจสอบพบการลักลอบเปิดแนวถนนและตัดไม้ในพื้นที่คุ้มครอง อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจะดำเนินคดีตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐรู้เห็นเป็นใจหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงควบคู่การดำเนินคดีอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมย้ำว่า “ทรัพยากรป่าไม้เป็นสมบัติของชาติ จะไม่ยอมให้ผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มทุนใดเข้ามาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ”
กรณีดังกล่าวนับเป็นบททดสอบสำคัญต่อการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งต้องสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด