ด้าน นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยอดผู้ประสบเหตุจากอาคารถล่มเขตจตุจักร ณ เวลา 16.00 น. มีจำนวน 103 ราย เสียชีวิต 41 ราย (ค้นพบและยืนยันเพิ่มขึ้น 4 ราย จากวานนี้) บาดเจ็บ 9 ราย คงเหลืออยู่ระหว่างติดตามอีก 53 ราย
สำหรับการปฏิบัติงานตลอดคืนที่ผ่านมา ได้เพิ่มการฉีดน้ำลดฝุ่นละอองขณะเครื่องจักรกำลังทำงาน ตามโซน A B C D และบริเวณด้านบนของกองซากอาคารเนื่องจากฝุ่นละอองรบกวนขณะปฏิบัติงาน ลดระยะเวลาในการนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุ เพื่อเพิ่มช่วงเวลาในการทำงานของเครื่องจักร และทีม USAR วิเคราะห์ข้อมูลจากสภาพของอาคารที่ถล่มเพื่อกำหนดจุดให้เครื่องจักรหนักทำการค้นหา
ส่วนการปฏิบัติงานในวันนี้ ดำเนินการใช้เครื่องจักรหนักขุดสกัดคอนกรีตและตัดเหล็กเส้นเปิดโดยรอบซากอาคารพร้อมกันทั้ง 4 โซน เพื่อค้นหาร่างผู้ประสบภัยและทรัพย์สิน หากพบร่างหรือชิ้นส่วนอวัยวะจะหยุดเครื่องจักรและให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตัดเหล็ก ขุดและย้ายร่างเพื่อนำส่งนิติเวชต่อไป และดำเนินการขนย้ายเศษเหล็กและเศษวัสดุออกจากพื้นที่ไปควบคู่กันต่อเนื่องไปถึงช่วงเวลา 05.00 น. ของวันที่ 15 เมษายน 2568 ก่อนที่จะให้ทีมค้นหารวมทั้ง K9 เข้าพื้นที่เพื่อทำการค้นหาร่างอวัยวะและทรัพย์สินทั่วพื้นที่อีกครั้ง
สำหรับการเยียวยาตามระเบียบ กทม. ว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2564 มีผู้ประสบภัยแจ้งความประสงค์มาแล้ว 23,888 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 14 เม.ย.68 เวลา 15.00 น.) เขตที่มีผู้มาแจ้งสูงสุด ได้แก่ เขตจตุจักร 3,205 ราย เขตห้วยขวาง 2,588 ราย เขตบางซื่อ 2,501 ราย เขตภาษีเจริญ 2,104 ราย และเขตธนบุรี 1,219 ราย
โดยสำนักงานเขตทุกเขต ได้เริ่มทยอยนัดหมายเจ้าของอาคาร ลงสำรวจและประเมินความเสียหายอาคารที่ได้รับความเสียหายแล้วตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.68 เป็นต้นมา โดยในช่วงสงกรานต์นี้ก็ไม่ได้หยุด แต่พบว่าเจ้าของอาคารส่วนใหญ่ไม่อยู่บ้าน จึงขอแนะนำว่าหากท่านกลับมาแล้วสามารถติดต่อสอบถามกับสำนักงานเขตได้ทันที
ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่ทุกแห่ง ภายใน 30 วัน นับแต่วันเกิดเหตุ (ภายในวันที่ 27 เมษายน 2568) โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอำนวยความสะดวก รับแจ้งความที่สำนักงานเขต ทั้ง 50 เขต ในเวลาราชการ โดยการประเมินจะอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการระดับเขตพื้นที่ ซึ่งเป็นหน่วยดำเนินการสำรวจและประเมินความเสียหายโดยรายงานไปยังสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต่อไป