ขณะที่ นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 เนื่องจากซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการเดินทางหนาแน่น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตสูง โดยได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์ และสาธารณสุข (EOC) ทั้งในส่วนกลางและจังหวัดเพื่อประสานงานและสนับสนุนการปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สนับสนุนการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการฉุกเฉินขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เพื่อจัดตั้ง “ชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน" สำหรับช่วยเหลือผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมของศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) โดยมีทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งทีมปฏิบัติการ ช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (BLS) และขั้นสูง (ALS) ในพื้นที่ห่างไกลโรงพยาบาล เพื่อให้สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที
นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในโรงพยาบาล เช่น เหตุทะเลาะวิวาท หรือภัยพิบัติ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพกระทรวงสาธารณสุขยังให้ความสำคัญกับการป้องกัน โดยสนับสนุนการทำงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาสาเหตุ จุดเสี่ยงและพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุ พร้อมทั้งดำเนินมาตรการป้องกันและประชาสัมพันธ์รณรงค์ในพื้นที่ให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัยในการเดินทาง
ด้าน นพ.ภาณุมาศ กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้ดำเนิน 4 มาตรการหลัก เพื่อลดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ ได้แก่ 1. ขับเคลื่อนแบบบูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน 2. จัดทำแผนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าและประชาชนตระหนักถึงข้อกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง 3. ป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงในชุมชน ตามแนวทาง "3 ต." ได้แก่ ตระเตรียมโดยให้ความรู้แก่ร้านค้า ติดตามและตักเตือน เฝ้าระวังการดื่มขับในชุมชน 4.บังคับใช้กฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด และในปีนี้กรมควบคุมโรค ได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ดำเนินการรถตู้สาธารณะปลอดภัย" โดยเน้นความพร้อมทั้งสภาพรถและพนักงานขับรถ รวมทั้งการรณรงค์การคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เพื่อป้องกันภัยสุขภาพจากภาวะอับอากาศ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้นในช่วงที่อากาศร้อนและการจราจร คับคั่ง โดยหากพบผู้โดยสารมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หายใจไม่ออกแน่นหน้าอก รู้สึกตัวน้อยลง ถ้ามีอาการพร้อมกันหลายคน อาการดังกล่าว อาจเกิดจากภาวะออกซิเจนโนเลือดต่ำ จากภาวะอับอากาศหรือการปนเปื้อนของก๊าซพิษจาก ท่อไอเสียเข้ามาในห้องโดยสาร หากมีอาการดังกล่าวต้องรีบเปิดหน้าต่างระบายอากาศจอดรถในที่ปลอดภัยและให้ผู้โดยสารออกจากรถไปยังที่มีอากาศถ่ายเท โทรแจ้ง 1669เพื่อขอความช่วยเหลือ
ขณะที่ นพ.ภานุวัฒน์ กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม) ทั่วประเทศ ร่วมใจกัน ดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ผ่านมาตรการเชิงรุก เพื่อป้องกันและลด
อุบัติเหตุทางถนน ตามแนวทาง "สงกรานต์ปลอดภัย อสม.ร่วมใจดูแล" โดยในปีนี้ อสม. ซึ่งเป็นเครือข่ายสุขภาพที่เข้มแข็ง และใกล้ชิดประชาชน ในพื้นที่ จะร่วมสนับสนุนภาครัฐในการดำเนินการ ดังนี้ 1.ชี้เป้าจุดเสี่ยงและกลุ่มเสียง - อสม. ในแต่ละพื้นที่จะสำรวจ จัดทำ จุดเสี่ยงถนนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย กลุ่มเสี่ยงต่อพฤติกรรม ดื่มขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ช่วงเวลาเสี่ยง เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังและตักเตือนเชิงรุก 2.ประชาสัมพันธ์และตักเตือน - อสม. จะให้ความรู้กับประชาชน ผ่านการรณรงค์ ตักเตือน และแจ้งเตือนภัย เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด 3.การตั้งด่านชุมชนป้องปรามความเสี่ยง - อสม. จะร่วมกับผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตั้งด่านชุมชน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น คนเมาหรือผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ออกสู่ถนนใหญ่หรือนอกหมู่บ้าน
นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า สพฉ. เตรียมพร้อมรับมือในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 นี้ โดยได้จัดทำสื่อและประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนมาตั้งแต่ก่อนเทศกาล เพื่อให้ประชาชนตระหนักและระมัดระวังในการขับขี่ยานพาหนะ รวมถึงความปลอดภัยในการเล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อลดอุบัติเหตุและความสูญเสีย และยังได้มอบหมายให้ศูนย์นเรนทร สพฉ. ดำเนินการเตรียมความพร้อมและติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์การเกิด อุบัติเหตุทางถนน รองรับเทศกาลสงกรานต์ 2568 ดังนี้
1.บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุ โดยจัดให้มีผู้บริหารสพฉ. เข้าร่วมประชุมกับศูนย์ และรายงานข้อมูลในช่วงวันที่ 12 - 18 เมษายน 2568
2. ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ ผ่านระบบสารสนเทศ (IDEMS)
3. แจ้งและประสานความร่วมมือหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการแพทย์ทุกจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมในการออกปฏิบัติการฉุกเฉิน ในช่วงเทศกาล
4.เตรียมความพร้อม Thai Sky Doctor โดยการประชุมและประสานงานหน่วยปฏิบัติการแพทย์เฉพาะทาง สาขาฉุกเฉินการแพทย์ทางอากาศ และหน่วยสนับสนุนอากาศยานทุกหน่วยงาน เพื่อเตรียมความพร้อมการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ
5. ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน สพฉ. ลงเยี่ยมพื้นที่ ส่งเสริมขวัญและกำลังใจ สนับสนุนการเตรียมความพร้อมของหน่วยปฏิบัติการ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุ ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่า หน่วยปฏิบัติการแพทย์และหน่วยปฏิบัติการอำนวยการที่ได้รับมาตรฐานการรับรองจาก สพฉ. มีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ
นายสมศักดิ์ เปิดเผยด้วยว่า จากสถิติช่วงปีใหม่ ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.67-5 ม.ค. 68 มีเหตุการณ์เกิดขึ้น 31 เหตุการณ์ สาเหตุเกิดจากคนร้อยละ 93 ปัจจัยของอุบัติเหตุเกิดจากรถร้อยละ 4 ปัจจัยที่เกิดจากถนนและสิ่งแวดล้อมร้อยละ 3 ปัญหา ทั้งหลับในขั บรถเร็วหรือ ตัดหน้ากระชั้นชิด ทางโค้งจะมาจากเรื่องมนุษย์ และอีกส่วนหนึ่งเป็นอัตราที่เกิดขึ้นจากการดื่มแล้วขับ ปีนี้กรมควบคุมโรคได้ให้แนวทางในเรื่องขับขี่ปลอดภัย ดื่มไม่ขับ ง่วงไม่ขับ กลับบ้านปลอดภัย ใช้อุปกรณ์นิรภัยตลอดการเดินทาง ทั้งนี้ผู้จะขับรถเดินทางสภาพร่างกายต้องพร้อม หากไม่สบายหรือกินยาที่ง่วง จะต้องไม่ขับขี่ รวมถึงมีเทคนิคเรื่องพาวเวอร์แน็ป คือ การนอนหลับช่วงเวลาสั้น ๆ ควรตั้งเวลานอนประมาณ 15-20 นาที เพื่อไม่ให้ร่างกายเข้าสู่ช่วงหลับลึก จะทำให้รู้สึกสดชื่นเมื่อตื่นนอน
ผู้สื่อข่าวถามถึงมติคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มีมติให้ใช้หัวลำโพงจัดกิจกรรมได้และสามารถดื่มเครื่องดื่มได้ สามารถขอนุญาตในช่วงระยะเวลาสั้นๆ 1-2 วัน โดยเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้จะต้องออกเป็นระเบียบอาจจะนำเข้าคณะรัฐมนตรี โดยเริ่มดำเนินการได้เมื่อกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่ายังไม่ทันสงกรานต์นี้ ส่วนเรื่องดื่มบนขบวนรถยังไม่ได้หยิบยกมาพิจารณา ไม่ได้หยิบยก
เมื่อถามถึงสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกกจังหวัดเชียงราย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผลกระทบต่อประชาชน แต่กรมควบคุมโรคได้ประกาศให้ประชาชนรับทราบว่าในแม่น้ำกกช่วงนี้ต้องหยุดนำมาบริโภค เพราะการดื่มหรือปรุงอาหารจะมีปัญหาสารตกค้างได้ เมื่อถามว่าควรตรวจเลือดชาวบ้านว่ามีสารสะสมหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เข้าใจว่าปัญหาเพิ่งเกิดขึ้นอาจจะต้องไปประเมินปริมาณหรือการตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอีกครั้งเพราะการประเมินเป็นเรื่องใหญ่ วันนี้เพียงแต่ให้ระงับการใช้น้ำในแม่น้ำกกไปก่อน