สำหรับเหตุการณ์ที่เมื่อวันศุกร์ ระดับที่เราประเมินไว้ เชื่อว่าสูงสุดที่จะเป็นไปได้ แต่โอกาสที่จะเกิดแบบนั้นมีน้อยมากในช่วงชีวิตเรา หรือ มีโอกาส 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ที่จะไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องออกแบบเผื่อไว้ให้มันทนได้ เพราะฉะนั้นอัตราเร่งของการสั่นสะเทือนที่เราเอาผลมาได้ นำมาคำนวณเป็นเส้นกราฟ แม้ประชาชนทั่วไปอาจเข้าใจยาก แต่ขอให้รู้ว่า ยิ่งค่าสูง แปลว่าแรงที่กระทำต่ออาคารจะแรงมาก ถ้าเส้นลงมาต่ำก็จะเบาลงตามสัดส่วน
นอกจากนี้ การออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวทั้งในและต่างประเทศ เราเน้นไปที่โครงสร้างหลัก เช่น เสาไม่พัง กำแพงคอนกรีตต้องไม่เสียหาย แต่เราไม่ได้เน้นโครงสร้างรอง ก็คือพวกส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้าง เช่นกำแพงกั้นห้อง พาดิชั่นวอล์ ฝ้าเพดาน ระบบท่อน้ำท่อประปา เพราะฉะนั้นมันมีโอกาสที่ได้รับความเสียหาย สิ่งที่หลายคนเจอและไม่อยากกลับเข้าไปอยู่ ก็ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก แต่จะมีอาคารส่วนน้อยที่เสียหายไปถึงโครงสร้างหลักด้วย อาคารเหล่านั้นคงต้องไปตรวจดูอีกทีว่าออกแบบดีจริงหรือไม่ เส้นกราฟที่เราใช้ประเมินระดับความรุนแรงสูงสุดที่อธิบายไป เป็นอธิบายเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยากมาก โอกาสในช่วงชีวิตของเราจะเจอไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเกิดแล้วจะได้ไม่เสียใจ สามารถรักษาชีวิตคนได้
ส่วนที่หลายคนอยากรู้ว่ารอยเลื่อนที่ยังไม่แสดงพลัง มีโอกาสจะเกิดขึ้นกับกรุงเทพฯ ที่เป็นดินอ่อนนั้น ศ.ดร.เป็นหนึ่ง บอกว่า เรามีรอยเลื่อนเต็มไปหมด บางตัวก็อยู่ห่างไปไกล บางตัวมีศักยภาพทำให้เกิดแผ่นดินไหวไม่แรงนัก ก็ต้องดูส่วนผสมทั้งขนาดและระยะห่าง ถ้ามันแรงได้ระดับหนึ่งและอยู่ใกล้พอสมควร ก็เป็นอันตราย แต่ถ้าบางตัวแรงมากขึ้นไปอีกได้ แม้จะอยู่ห่างก็พิจารณาด้วย มันก็มีประมาณ 3 จุดใหญ่ๆ คือ กาญจนบุรีขนาด 7.5 ห่างไป 200 กิโลเมตร , รอยเลื่อนสกาย ห่างไป 400-1000 กิโลเมตร มีขนาด 8 , และแนวมุดตัวอาระกัน อาจจะเป็นได้ถึงขนาด 9 ห่างไปประมาณ 600-700 กิโลเมตร
เมื่อถามว่า เราเคยผ่านมาแล้วประมาณ 260 ปี จะมีผลหรือไม่ ศ.ดร.เป็นหนึ่ง ตอบว่า แนวมุดตัวอาระกัน มีนักธรณีวิทยาหลายคณะตรวจสอบ แต่ที่อธิบายชัดเจนที่สุดก็คือของชาวต่างชาติ ที่เขาเช็คดูว่ามีประวัติการเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในแนวมุดตัวอาระกันมาแล้วกี่ครั้ง ปีไหนบ้าง ซึ่งก็พบว่าเกิดใหญ่มาแล้วหลายครั้ง ที่เกิดเกินขนาด 8.5 และครั้งล่าสุดที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวคือ 260 ปีที่แล้ว โดยเฉลี่ยระยะห่างระหว่างแผ่นดินไหวใหญ่แต่ละครั้งประมาณ 400-500 ปี แต่บางครั้งมันก็สั้นกว่านั้น หรือยาวกว่านั้น เราเรียกว่า return period ภาพการเกิดซ้ำประมาณ 400-500 ปี ครั้งที่แล้วเกิด 260 ปีมาแล้ว มันก็อาจสะสมพลังงานได้ที่ แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะระเบิดในเร็ววัน อาจจะระเบิดเร็วกว่าปกติไม่ถึง 400 ปี หรืออาจจะรอไปถึง 700 ปี และยังไม่ระเบิดก็เป็นไปได้ แต่มันมีศักยภาพที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อกรุงเทพฯ
ศ.ดร.เป็นหนึ่ง ยังบอกอีกว่า ไม่เป็นห่วงระบบเตือนภัย เพราะหลังจากนี้คนจะเอาใจใส่มากขึ้น แต่สิ่งที่ควรทำคือพื้นที่อื่นในประเทศไทยมีหลายส่วนที่มีความเสี่ยงแผ่นดินไหวอยู่ ดังนั้นหวังว่าจะมีการใส่ใจเรื่องพวกนี้มากขึ้น อาคารอ่อนแอที่อยู่ในภาคเหนือ ก็ควรมีการทบทวนและประเมิน ถ้าเป็นไปได้ก็เสริมกำลังอาคารที่อ่อนแอเหล่านั้น เพราะตนเห็นอาคารโรงเรียนจำนวนมากที่อ่อนแอ แต่ก่อนจะเสริมกำลังก็ต้องประเมินก่อน ว่าอาคารไหนอ่อนแอ และต้องเสริมอย่างถูกวิธีนี่คือสิ่งที่ควรทำต่อไปในอนาคต ซึ่งทีมวิจัยของเราเคยไปเสริมกำลังอาคารมาแล้วที่เชียงใหม่ ประมาณ 7 หลัง จะใช้เงินประมาณ 10-20% ของราคาอาคารที่สร้างใหม่ ก็หมายความว่าถ้าเรามีงบสร้างอาคารใหม่ 1 แห่ง ถ้าเอางบนั้นไปเสริมอาคาร จะได้ 5-10 หลัง ก็น่าจะเป็นวิธีใช้งบที่มีประสิทธิภาพกว่า และเราก็จะใช้อาคารได้อย่างปลอดภัยในอนาคต
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องสำรวจลอยเลื่อนเพิ่มและจัดทำพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวหรือไม่ ศ.ดร.เป็นหนึ่ง กล่าวว่า การสำรวจรอยเลื่อนของประเทศไทยควรทำอย่างต่อเนื่อง เพราะข้อมูลเรายังมีน้อยมาก และที่ผ่านมางบสำรวจรอยเลื่อนก็มีน้อยมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ควรให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ อย่างปัญหาของกรุงเทพฯ ก็ต้องไปเน้นการสำรวจลอยเลื่อนที่กาญจนบุรีเป็นพิเศษ แม้จะมีสำรวจอยู่บ้างแต่น้อยเกินไป ทำให้มีข้อมูลใช้ประโยชน์ได้น้อย ส่วนภาคเหนือมีหลายรอยเลื่อนกว่าสอบแห่งที่กระจายอยู่ บางที่ก็เห็นชัดบนผิวดิน แต่ที่ซ่อนอยู่ในชั้นดินก็ต้องใช้เทคนิคทางด้านธรณีมาสำรวจ ตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินการที่เป็นเรื่องเป็นราว คิดว่าหน่วยงานเกี่ยวข้องควรสำรวจอย่างสม่ำเสมอ มีงบสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ จะได้มีความรู้เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ และจะได้บริหารจัดการปัญหานี้ได้
"มีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศให้ข้อมูลที่น่าสนใจกับผมว่า อาคาร สตง.ที่ถล่ม จัดเป็นอาคารสูงที่อยู่ระยะไกลที่สุดที่มันพังจากแผ่นดินไหว เมื่อเทียบกับสถิติทั่วโลก และยังเป็นอาคารที่สูงที่สุดที่ถล่มจากแผ่นดินไหวด้วย คือทั้งสูงที่สุดและอยู่ไกลจากแผ่นดินไหวมากที่สุด เพราะฉะนั้นเรามีสถิติโลกสถิติใหม่ในครั้งนี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ภูมิใจนัก แต่มันชี้ให้เห็นว่าปัญหาแผ่นดินไหวของไทยอยู่ในระดับที่ต้องใส่ใจพอสมควร"