วันสิทธิผู้บริโภคสากล 68 ชง 7 นโยบายคุ้มครองผู้บริโภคยั่งยืน
15 มี.ค. 2568 | titayu_pur

“สภาผู้บริโภค” จัดงานวันสิทธิผู้บริโภคสากล 2568 เสนอ 7 นโยบายยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
ข่าว
15 มี.ค. 2568 | titayu_pur

“สภาผู้บริโภค” จัดงานวันสิทธิผู้บริโภคสากล 2568 เสนอ 7 นโยบายยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
15 มีนาคม 2568 สภาผู้บริโภค นำโดย นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค และนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค ร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้บริโภคกว่า 340 องค์กร จัดงาน “เสียงของผู้บริโภค:การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม เนื่องในวันสิทธิผู้บริโภคสากล 2568"
โดย นางสาวบุญยืน กล่าวว่า เป้าหมายของการจัดงานครั้งนี้คือ การยกระดับสิทธิผู้บริโภคไทย ให้ทัดเทียมระดับสากล และส่งเสริมให้ผู้บริโภคตระหนักถึงการบริโภคที่ยั่งยืน ตามเป้าหมายเอสดีจี (SDGs) หรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ประกาศโดยสหประชาชาติ ในข้อที่ 12 เรื่องแผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน
ภายในงานมีการระดมความคิด เพื่อจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านต่างๆ ทั้งด้านการสร้างบ้านเมืองที่เป็นธรรม ระบบอสังหาริมทรัพย์ ระบบขนส่งในเมือง การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชนในโรงเรียน รวมถึงการส่งเสริมการบริโภคที่ยั่งยืนในโรงเรียน การจัดการขยะ และการสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของนักเรียน
นางสาวบุญยืน กล่าวเพิ่มเติมว่า สภาผู้บริโภคกำลังผลักดันร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่อง หรือ 'เลม่อน ลอว์' ที่จะช่วยผลักดันการบริโภคที่ยั่งยืน และลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพราะเป็นความรับผิดของผู้ผลิต ในการให้ผู้บริโภคนำสินค้าที่เสียหาย ไปขอคืนหรือเปลี่ยนสินค้ากับผู้ผลิตได้โดยตรง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค มากกว่ากฎหมายปัจจุบัน
ทั้งนี้ ในขณะที่ผู้บริโภคเองต้องรับผิดชอบต่อการบริโภค ผู้ผลิตเองก็ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ ที่จะอำนวยความสะดวกสนับสนุน การผลิตสินค้าที่ยั่งยืนด้วยเช่นกัน
ด้าน นางสาวสารี กล่าวว่า วันที่ 15 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสิทธิผู้บริโภคสากล ซึ่งประเด็นสำคัญในการผลักดันขององค์กรผู้บริโภคทั่วโลกในปีนี้คือ “การบริโภคที่ยั่งยืน” หลังจากการจัดงานวันสิทธิผุ้บริโภคประจำปี 2568 ในวันที่ 14 – 15 มีนาคม 2568 ที่ประชุมมีความเห็นว่า ประเทศไทยยังมีนโยบายที่ไม่เพียงพอในการสนับสนุนให้ผู้บริโภค เปลี่ยนผ่านสู่การใช้ชีวิตที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในเรื่องสำคัญอย่างการลดการใช้พลังงานฟอสซิล และการหันมาใช้พลังงานทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการมีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมและเป็นธรรม
สภาผู้บริโภคยังเสนอแนวคิดให้รัฐบาล นำงบประมาณที่ใช้จ่ายเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้า สำหรับผู้มีรายได้น้อยประจำเดือน ไปสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ สำหรับกลุ่มคนเหล่านี้อย่างเป็นระบบแทน อีกทั้งปัจจุบันสภาผู้บริโภคผลักดันโครงการ "ก๊วนหิวแสง" เพื่อส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในราคาที่เข้าถึงได้ หลังจากพยายามผลักดันให้รัฐบาลลดอุปสรรคในการติดตั้งโซลาร์เซลล์มาหลายปีแต่ไม่ได้รับการตอบรับ จึงอยากชวนผู้บริโภคโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมาสมัคร หากรวมกลุ่มได้หลายราย อาจจะสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ในราคาที่ถูกลง
นอกจากนี้ ภายในงานภาคีเครือข่ายผู้บริโภคจากภาคต่าง ๆ ยังร่วมกันเสนอข้อเรียกร้องนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 7 ข้อ ดังนี้
1. เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผลักดันกฎหมายเลม่อนลอว์ ให้ผู้บริโภคสามารถซ่อม เปลี่ยนสินค้าที่มีความชำรุดบกพร่องโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และกำหนดให้สภาผู้บริโภคเป็นองค์ประกอบในโครงสร้างคณะกรรมการ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ
2.เสนอให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ปรับปรุงและยกระดับมาตรฐานสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และสินค้านำเข้าทุกประเภทให้มีความปลอดภัย สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตสินค้าที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
3. เสนอให้ภาครัฐเป็นกลไกสำคัญให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองอย่างยั่งยืนและทั่วถึงไม่กระจุกเฉพาะบางพื้นที่ อยากให้ภาครัฐสนับสนุนผู้บริโภคในพื้นที่อื่น รวมถึงช่วยผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้บริโภคที่ยั่งยืนลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงทั้งเรื่องอุปกรณ์ราคาถูก วัสดุสะอาดปลอดภัย เพื่อให้ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ สะอาดยั่งยืน
4. เรียกร้องให้รัฐช่วยผลักดัน พ.ร.บ.ความรับผิดชอบต่อความชำรุด เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน
5. เรียกร้องให้รัฐสนับสนุนนโยบายขนส่งสาธารณะให้ทุกคนเข้าถึงได้ในราคาที่เป็นธรรม ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด โดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องเข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้ยังมีเรื่องนโยบายที่อยู่อาศัยอยากให้รัฐกำหนดพื้นที่สร้างบ้านราคาถูกได้มาตรฐาน จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อผู้มีรายได้น้อยเนื่องจากเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรจะได้
6. ขอให้เร่งจัดระเบียบสายสื่อสาร โดยนำเทคโนโลยีใหม่ๆแบบไร้สายเข้ามาปรับปรุงแก้ไข เพื่อความปลอดภัยในการสัญจร
7. ให้มีพัฒนาเรื่องอาหารปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุนเกษตรกรรมที่ยั่งยืน มีกระบวนการที่ได้มาตรฐานสากล รวมถึงการควบคุมคุณภาพตู้น้ำให้ได้มาตรฐาน พร้อมมีสถานที่ติดตั้งที่เหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภค