4. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ต้องเรียกบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและแพลตฟอร์ม เช่น เพลย์สโตร์ (Play Store) เข้าหารือ เพื่อกำหนดมาตรการคัดกรองและบล็อกแอปพลิเคชันผิดกฎหมาย
5. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องเร่งออกมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อผิดกฎหมาย และดำเนินการปราบปรามแอปฯ กู้เงินเถื่อนร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ด้าน นายภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาสภาผู้บริโภคได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับแอปฯ กู้เงินเถื่อนแล้วกว่า 1,800 ราย พบว่าผู้บริโภคถูกละเมิดสิทธิชัดเจนตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทั้งยังเกิดความไม่ปลอดภัยต่อทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งสภาผู้บริโภคได้ส่งรายชื่อแอปพลิเคชันต้องสงสัยให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบและดำเนินคดีต่อไปแล้ว
นอกจากการประเด็นปัญหาที่เกิดขึนข้างต้น สภาผู้บริโภคยังเรียกร้องให้มีการออกและเร่งบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่มีความชำรุดบกพร่องหรือที่มีความเสี่ยงในการใช้งาน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสินค้าหรือบริการที่ไม่มีมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันในไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะด้านนี้ ได้แก่ กฎหมายความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือกฎหมายเลมอน ลอว์ (Lemon Law) เพื่อรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งขณะนี้สภาผู้บริโภคได้ยื่นรายชื่อเสนอกฎหมายดังกล่าวนี้แล้ว
ทั้งนี้ นายภัทรกร ทิ้งท้ายว่า ขอเชิญชวนให้ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการหลงเชื่อใช้แอปพลิเคชันที่ขายพ่วงมือถือหรือแอปฯ ที่ติดตั้งโดยไม่ยินยอม หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากแอปฯ กู้เงินเถื่อน ติดต่อสภาผู้บริโภคที่หมายเลข 1502 หรือร้องเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ tcc.or.th รวมถึงช่องทางการสื่อสารของสภาผู้บริโภค เพื่อให้สภาผู้บริโภคช่วยเหลือและเรียกร้องค่าเสียหายตามสิทธิของผู้บริโภคอย่างเร่งด่วน