ส.ป.ก. เคลื่อนไหว เปิดข้อเท็จจริง สวนทุเรียนกลางเขื่อน
20 ก.พ. 2568 | thunchanok_kul

ส.ป.ก. เคลื่อนไหวแล้ว พร้อมเปิดข้อเท็จจริง "สวนทุเรียน" กลางอ่างเก็บน้ำศิรีธาร เร่งแก้ไขปัญหาที่ทับซ้อน และการถือครองที่ดินโดยมิชอบ
ข่าว
20 ก.พ. 2568 | thunchanok_kul

ส.ป.ก. เคลื่อนไหวแล้ว พร้อมเปิดข้อเท็จจริง "สวนทุเรียน" กลางอ่างเก็บน้ำศิรีธาร เร่งแก้ไขปัญหาที่ทับซ้อน และการถือครองที่ดินโดยมิชอบ
20 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.) ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีสวนทุเรียนกลางเกาะ จังหวัดจันทบุรี ระวุ่า ตามที่มีประเด็นข่าว พบการทำสวนทุเรียนในลักษณะเป็นเกาะในบริเวณอ่างเก็บน้ำศิรีธาร อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี นั้น ส.ป.ก. ขอเรียนว่า พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นเกาะในอ่างเก็บน้ำคิรีธาร เป็นพื้นที่ที่กรมป่าไม้ มอบให้ ส.ป.ก. นำมาดำเนินการปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ 27,993.75 ไร่
โดยขั้นตอนการนำพื้นที่บริเวณ ดังกล่าวมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินได้ผ่านการตรวจสอบสภาพป่าตามบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก. ว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติในการกันพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกลับคืนกรมป่าไม้ พ.ศ.2538 แล้ว (เนื้อที่ตรวจสอบ 27,994 ไร่ กันคืนกรมป่าไม้เนื้อที่ 2,770 ไร่) คงเหลือพื้นที่ดำเนินการปฏิรูปที่ดินเนื้อที่ 25,224 ไร่ ต่อมามีพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลบ่อเวฬุ และตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2551 มีผลทำให้ ส.ป.ก. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดิน ตามมาตรา 36 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532
อย่างไรก็ตาม ในขณะปัจจุบันยังไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่า ส.ป.ก.ว่าได้เข้าไปดำเนินการจัดที่ดิน และ ออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) ให้ผู้ถือครอบที่ดิน แต่อย่างใด
ทั้งนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีกว่า บริเวณอ่างเก็บน้ำคิรีธาร รวมถึงพื้นที่ที่ปรากฏในภาพข่าว และบริเวณพื้นที่ขอบอ่างเก็บน้ำบางส่วน เป็นพื้นพื้นที่ที่กรมป่าไม้มีภาระผูกพันตามกฎหมาย เนื่องจากก่อนที่จะมีการดำเนินการให้ส่งมอบมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก. มาดำเนินการปฏิรูปที่ดิน กรมป่าไม้ได้อนุญาตให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ใช้พื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังน้ำศิรีธาร (ชื่อเดิม : โครงการไฟฟ้าพลังงานน้ำห้วยสะพานหิน
และปรากฎข้อเท็จจริงในพื้นที่ว่า มีปัญหาทับซ้อนของแนวเขตของทั้งสองหน่วยงาน ซึ่ง ส.ป.ก. จะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ทับซ้อน และการถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมายต่อไป