นายจิรายุ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ได้ระดมกำลังจาก ศูนย์ ปภ.เขต 6 ขอนแก่น หลังเสร็จภารกิจช่วยชาวหนองคาย ขึ้นเหนือช่วยชาวเชียงใหม่ นำเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัยพร้อมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ ไปสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชน
ขณะที่สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา หลังจากที่กรมชลประทานได้ปรับเพิ่มการระบาบน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จากอัตรา 1,947 ลบ.ม./วินาที จนถึงอัตราไม่เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ
“ขอแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ คลองโผงเผง จ.อ่างทอง , คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา , ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) , วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี และ อ.เมือง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี , วัดไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง พื้นที่เหล่านี้ระดับน้ำจะสูงขึ้นประมาณ 20 – 30 ซม.” นายจิรายุ กล่าว
ศปช.ส่วนหน้าลงพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงราย ขณะที่ระดับน้ำทุกจุดลดลงต่อเนื่อง
นายจิรายุ กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะประธาน ศปช.ส่วนหน้า และ และ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ปรึกษา ศปช.ส่วนหน้าลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือฟื้นฟูหมู่บ้านธนารักษ์ อำเภอเมืองเชียงราย พร้อมร่วมกันวางแนวทางป้องกันน้ำกระเซาะตลิ่งอย่างยั่งยืน
ขณะที่กรมทรัพยากรน้ำรายงาน ระดับน้ำแม่น้ำกก อ.เมืองเชียงราย รวมทั้งระดับน้ำที่สะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 (ด่านพรมแดนแม่สาย) อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทุกหน่วยงานระดมความช่วยเหลือเข้าฟื้นฟูผลกระทบจากโคลนที่ยังตกค้างตามชุมชนอย่างต่อเนื่อง
“ขณะนี้กำลังพลของทั้งเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทุกภาคส่วน จะพยายามเข้าไปถึงพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือให้มากที่สุด โดยติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ ศปช. ส่วนหน้า จ.เชียงราย โทรศัพท์ 09 3131 1784 สายด่วน 1567” นายจิรายุ กล่าว