ขณะที่นายแสงชัย กล่าวว่า เมื่อประชุมบอร์ดค่าจ้างคราวที่แล้ววันที่ 20 ก.ย. มีตัวแทนฝั่งธปท.ไม่ได้เข้าร่วม ทำให้องค์ประชุมไม่ครบและล่ม จะด้วยเหตุผลอะไร ตนไม่ทราบ วันนี้จึงมายื่นหนังสือถึง ดร.เศรษฐพุฒิ เอาให้ชัดเจนว่า นายเมธี ยังเข้าร่วมประชุมได้หรือไม่ หรือมีการตั้งตัวแทนคนใหม่ขึ้นมาหรือยัง เพื่อให้ครบไตรภาคี 3 ฝ่าย ที่ประกอบด้วย นายจ้าง ลูกจ้าง ภาครัฐ เพราะมีข่าวว่าตัวแทนของ ธปท. จะหมดวาระและค่าแรงควรเป็นเรื่องกฎหมายของไตรภาคีไม่ใช่นโยบายการเมือง เมื่อทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ประชุมร่วมกันแล้วได้ข้อสรุปอย่างไรก็ควรที่จะขับเคลื่อนไปอย่างนั้น ส่วน ธปท. จะมีความชัดเจนเมื่อไหร่ เป็นเรื่องภายในองค์กร ไม่อาจก้าวล่วง วันนี้แค่มาแสดงจุดยืน
ส่วนจะส่งสัญญาณให้กับไตรภาคีหรือไม่ นายแสงชัย กล่าวว่า มันเป็นอำนาจที่คุณมีแล้ว คุณต้องพิจารณาเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนส่วนมาก ฝ่ายลูกจ้างก็รออยู่ บางคนทำงานมา 20 ปี ค่าแรง 370 บาท บางคนไม่เคยได้ปรับขึ้นเลย รัฐบาลประกาศเท่าไหร่ก็ได้แค่นั้น บางคนกินค่าแรงขั้นต่ำ อยู่จนเกษียณ เพราะฉะนั้นการตัดสินใจเหล่านี้ควรที่จะขับเคลื่อนไปได้ด้วยตัวของไตรภาคีว่าอันไหนเหมาะหรือไม่ รวมถึงแต่ละจังหวัดก็มีอนุคณะกรรมการค่าจ้างอยู่ เขาก็จะดูของจังหวัดตัวเองอยู่แล้ว ส่วนระดับกระทรวงจะดูภาพรวมทั้งประเทศ
"ถ้าไม่ขึ้น น้องๆก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว แค่คุณไปหาเสียงไว้ว่า คุณจะปรับค่าแรง ตอนนี้ไข่มาม่าปลากระป๋อง ปรับขึ้น ไม่ได้อยู่กับที่แล้ว ค่าครองชีพขึ้นไปเยอะ เพราะบอกต้นทุนจากน้ำมันดีเซล พอน้ำมันลง คุณก็ไม่ได้ปรับราคาลงให้ ทุกวันนี้สำคัญที่สุด ทำงานแล้วทุกคน ควรมีเงินเหลือติดกระเป๋าไว้ในยามฉุกเฉินหรือเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่ใช่ได้ค่าแรง ก็เอาไปจ่ายค่าอาหารค่าอะไรหมด มันไม่คุ้ม ทำงานเหนื่อยเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์อะไร" นายแสงชัย ระบุ