23 พฤษภาคม "วันเต่าโลก" ชวนร่วมตระหนัก อนุรักษ์เต่า ให้พวกเขาคงอยู่สืบไป
23 พ.ค. 2567
23 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันเต่าโลก" หรือ "World Turtle Day" ชวนร่วมตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์เต่า ให้พวกเขาคงอยู่สืบไป
ข่าว
23 พ.ค. 2567
23 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันเต่าโลก" หรือ "World Turtle Day" ชวนร่วมตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์เต่า ให้พวกเขาคงอยู่สืบไป
23 พฤษภาคม ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันเต่าโลก" (World Turtle Day) ซึ่งจัดตั้งโดยองค์กรอนุรักษ์และช่วยเหลือเต่าบกและเต่าทะเล (American Tortoise Rescue) ในสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญและกระตุ้นจิตสำนึกในการอนุรักษ์เต่า สัตว์ที่มีปริมาณแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากภัยคุกคามต่างๆ ทั้งจากภัยธรรมชาติและกิจกรรมมนุษย์
ทำความรู้จัก เต่ามีกี่ประเภท แตกต่างกันอย่างไร
อ้างอิงข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก Environman อธิบายเกี่ยวกับประเภทของเต่าไว้ว่า เต่าแบ่งได้ 3 ประเภท อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมต่างกัน ในเบื้องต้นมีดังนี้
ประเทศไทยพบเต่าทะเลอาศัยอยู่กี่ชนิด?
เว็บไซต์ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ชุมพร) ระบุไว้ว่า บ้านเรา พบเต่าทะเล 5 ชนิด ได้แก่
ปัญหาที่เต่าทะเลต้องเจอ-ทำประชากรลด
เต่าทะเลกับเต่าบก มีอายุขัยไม่เท่ากัน เต่าทะเลจะมีอายุขัยราว 40 ปี ส่วนเต่าบกสามารถมีอายุขัยได้ถึง 300 ปี แถมมีขนาดใหญ่กว่าเต่าทะเลมากนัก
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา เต่าทะเลเหล่านี้จะล้มตายด้วยหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเรือประมงเข้าไปบุกรุกที่อยู่อาศัยของเต่าทะเลมากเกินไป ทำให้ถูกใบพัดเรือฟันกระดองจนเต่าเสียชีวิต รวมทั้ง ที่ที่เต่าทะเลใช้สำหรับวางไข่ได้ถูกทำลายและแปรสภาพเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทำให้เต่าไม่สามารถที่จะขึ้นวางไข่ได้ตามปกติ หรือหากวางไข่แล้ว โอกาสที่จะรอดชีวิตของบรรดาลูกเต่าก็มีน้อย
ปัญหาสำคัญอีกอย่างที่เต่าทะเลต้องเจอ คือ "ขยะ" โดยเฉพาะเศษพลาสติก ซากอวนเก่าๆ ที่กลายเป็นขยะ สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เต่าทะเลเสียชีวิตในอันดับต้นๆ อีกทั้ง เต่าทะเลกินแมงกะพรุนเป็นอาหาร เมื่อเจอขยะทะเลโดยเฉพาะถุงพลาสติก เต่าจึงมักเข้าใจผิดว่าเป็นแมงกะพรุน จึงกินเข้าไป
ปัญหาที่ทำให้ประชากรเต่าลดลง ยังมีอีก เช่น
การอนุรักษ์เต่าทะเลในไทย
ประเทศไทยได้มีการรณรงค์ร่วมกันอนุรักษ์เต่าทะเล โดยประกาศให้เป็น สัตว์ป่าคุ้มครอง มีกฎหมายห้ามล่า ห้ามครอบครอง ห้ามค้า หรือห้ามน้ำเข้า-ส่งออก
รวมทั้ง ยังมีนักวิชาการออกมาแนะนำว่า ให้มีการอนุรักษ์ชายหาดไว้บางส่วน เพื่อเก็บเป็นพื้นที่ให้เต่าได้วางไข่ อีกทั้ง ไม่แนะนำให้ทำการประมงที่ทำร้ายเต่า อาทิ การใช้อวนลาก อวนลอย หรือเบ็ดราวที่บริเวณชายฝั่งหน้าแหล่งวางไข่เต่าทะเล เพราะเต่าทะเลเป็นสัตว์น้ำที่หายใจด้วยปอด เมื่อติดอวน หรือเบ็ดอยู่ใต้น้ำนานๆ ก็อาจจมน้ำตายได้ รวมถึง สนับสนุนให้เกิดการเพาะพันธุ์ลูกเต่าเพื่อปล่อยสู่ทะเล และสร้างเป็นศูนย์รักษาเต่าทะเลที่บาดเจ็บด้วย
ที่ผ่านๆ มา มีการปลูกจิตสำนึกและสร้างการมีส่วนร่วมด้านการอนุรักษ์เต่าจากหน่วยงานภาครัฐและชุมชน ตลอดจนองค์กรอิสระ เพื่อเพิ่มประชากรเต่า เราจึงควรช่วยกันอนุรักษ์เต่า โดยทำได้ทั้ง ช่วยกันเก็บขยะที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลและมนุษย์ เช่นเศษแก้ว , ลดการใช้ถุงพลาสติก , ทิ้งขยะพลาสติกให้เป็นที่ ไม่ลงทะเลหรือชายหาด , หมั่นเตือนคนรอบข้างอยู่เสมอว่าให้ตระหนักถึง เรื่องการทิ้งขยะลงในทะเลจะเป็นการไปทำร้ายเต่าทะเลและสัตว์ทะเลอื่นๆ มากขนาดไหน
แม้พฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นพฤติกรรมเล็กๆ แต่ก็เป็นการช่วยอนุรักษ์ เพื่อให้เต่าอยู่คู่ธรรมชาติสืบไป...
ขอบคุณข้อมูลจาก :
เพจ Environman
ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ชุมพร)
พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร แห่งที่ 1 ( จตุจักร )
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ภาพจาก : shutterstock.com
