นายสมคิด เผยในมุมมองส่วนตัวว่า "นกกระจาบ" ถือเป็นสถาปนิก หรือศิลปินเอกที่บินได้ เพราะมีความสามารถในการรังสรรค์ถักทอรังให้เกิดความสวยงาม และประณีตอลังการงดงามอย่างมาก แม้จะเป็นเพียงนกตัวเล็กๆ มีเพียงปากกับสองเท้าเท่านั้น เขาจึงอยากจะอนุรักษ์เอาไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ดู เนื่องจากตอนนี้หาดูได้ยากมากที่จะมีนกกระจาบมาทำรังอยู่รวมกันอย่างนี้ เพราะชาวนาส่วนใหญ่จะพยายามหาทางไล่ทุกวิถีทาง เพื่อป้องกันไม่ให้นกเหล่านี้มากินผลผลิตของตัวเอง แต่เขากลับมองว่า นกชนิดนี้แม้จะสร้างความเสียหายบ้าง แต่ก็คงไม่มากเท่ากับนกชนิดอื่นๆ
นอกจากนี้ เท่าที่นายสมคิดสังเกต ต้นไม้ทุกต้นที่นกกระจาบจะไปทำรัง จะมีแตนลามทำรังอยู่ทุกต้น เพราะนกกระจาบจะอาศัยแตนให้คอยเฝ้าระวังต้นไม้ ไม่ให้นกอื่นหรือศัตรูทางธรรมชาติของนกกระจาบมาขโมยกินไข่หรือตัวอ่อนลูกนก รวมไปถึง ช่วยป้องกันศัตรูอย่างมนุษย์ ที่จะมักจะมาขโมยรังไปขาย เพราะรังนกกระจาบจะมีความสวยงาม หลายๆ คน จึงนิยมนำไปประดับตามบ้านเรือน ซึ่งนายสมคิดมองว่า ปล่อยให้รังนกและนกกระจาบอาศัยให้ตามธรรมชาติอย่างนี้สวยงามที่สุดแล้ว
พร้อมยืนยันว่า จะไม่ยอมให้ใครมารบกวนนกกระจาบเหล่านี้ ปล่อยให้อยู่คู่กับนาข้าวของเขาต่อไปนานเท่านาน หากจะมาเก็บรังนกก็ต้องรอให้รังร่วงหล่นลงมาเองเท่านั้น
รู้จัก "นกกระจาบ"
อ้างอิงข้อมูลจาก pasusat.com และ เพจเฟซบุ๊ก ด่านตรวจสัตว์ป่าปาดังเบซาร์ พบว่า นกกระจาบ (Weaber Bird) จัดเป็นนกกินเมล็ดธัญพืชที่มีขนาดเล็ก โดยกลุ่มนกกระจาบทั่วโลกพบ 67 ชนิด มีจุดเด่น คือ ปากหนารูปกรวย ปีกมน เป็นนกที่สร้างรังได้อย่างสวยงาม เป็นระเบียบ ด้วยการสานวัสดุอย่างแน่นหนา เจอได้ตามป่า แปลงเกษตร และพื้นที่ริมน้ำ
นกกระจาบส่วนใหญ่พบได้ในพื้นที่ของทวีปแอฟริกา มีส่วนน้อยที่พบในทวีปเอเชีย ในส่วนของประเทศไทย มี 3 ชนิด คือ
- นกกระจาบธรรมดา (Baya Weaver) เพศผู้มีขนบนหัวสีเหลืองสด ด้านข้างของหัวเป็นสีดำ ใต้คอสีน้ำตาลเข้ม ลำตัว หลัง ปีกและหางมีสีน้ำตาลโดยมีขอบของก้านขนแต่ละก้านเป็นสีน้ำตาลเข้ม ส่วนหน้าอกและท้องไม่มีลาย
- นกกระจาบอกลาย (Streaked weaver) เพศผู้มีขนบนหัวสีเหลืองสด ด้านข้างหัวและใต้ลำคอสีดำ ลำตัวหลังปีก และหางสีน้ำตาล มีลักษณะเป็นลายเช่นเดียวกับนกกระจาบธรรมดา แต่ส่วนหน้าอกมีสีน้ำตาลอ่อน และมีลายเป็นทางสีน้ำตาลเข้มชัดเจน
- นกกระจาบทอง (Asian Golden Weaver) เพศผู้มีขนบนหัว หน้าอก ท้องและตะโพกสีเหลืองสด ด้านข้างหัว และใต้ลำคอเป็นสีดำ หลังปีกและหางสีน้ำตาลและมีลักษณะเป็นลายเหมือนกัน
เกร็ดน่ารู้ของนกกระจาบ
ช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ นกกระจาบเพศผู้ทั้ง 3 ชนิด มีขนปกคลุมตัวคล้ายกับของเพศเมีย และนกที่ยังไม่เต็มวัย คือ มีขนปกคลุมตัวสีน้ำตาล และเป็นลายทั้งตัว โดยมีสีทางด้านท้องอ่อนกว่าทางด้านหลังเล็กน้อย จึงทำให้นกกระจาบทั้ง 3 ชนิดนั้นมีความคล้ายคลึงกันมาก
ส่วนข้อแตกต่างที่บ่งบอกว่าเป็นนกกระจาบชนิดใด เราพอสังเกตได้ดังนี้
- นกกระจาบอกลาย มีทางสีน้ำตาลเข้มตามยาวอยู่ที่หน้าอก ซึ่งนกกระจาบธรรมดา และนกกระจาบทองไม่มี
- นกกระจาบทอง บริเวณเหนือตามีแถบสีเหลืองอ่อนพาดเป็นทางยาว และมีขนเส้นเล็กๆ กระจายอยู่บริเวณท้ายทอย ซึ่งนกกระจาบธรรมดาไม่มี นอกจากนั้น นกกระจาบทองมีจะงอยปากป้อมและสั้นกว่านกกระจาบธรรมดา
แหล่งที่อยู่อาศัย และอาหารการกิน
เรามักพบ "นกกระจาบ" ได้ตามชนบทที่เป็นพื้นที่ราบต่ำ ได้แก่ พื้นที่การเกษตร ป่ารุ่นสอง และพื้นที่ชานเมือง จนถึงระดับความสูงประมาณ 1,200 เมตร พวกเขาชอบสร้างรังตามต้นไม้ใหญ่ที่มีกิ่งก้านเหนียวแข็งแรง ซึ่งมักอยู่ใกล้ริมน้ำ ตามทุ่งนา หรือตามชายคาบ้านใกล้ริมน้ำตามชนบท
นกกระจาบส่วนใหญ่กินเมล็ดพืช ได้แก่ เมล็ดข้าวเปลือก เมล็ดหญ้า เราจึงมักพบนกกระจาบอยู่ตามนาข้าวที่มีรวงสุกแล้ว หรือ ตามพื้นนาที่เก็บเกี่ยวแล้วและมีเมล็ดข้าวอยู่ และตามทุ่งหญ้า แหล่งเกษตรกรรม พวกมันมักจะบินตามกันเป็นสายเป็นฝูงไปลงนาข้าว
อย่างไรก็ดี บางครั้งนกชนิดนี้ก็กินแมลงเป็นอาหาร โดยเฉพาะเวลาเลี้ยงลูกอ่อน แม่นกจะหาแมลงเล็กๆ หรือตัวหนอนมาป้อนให้ลูกอ่อนกิน
พฤติกรรมเป็นนกสังคม
นกกระจาบ จัดเป็นนกสังคม คือ มีพฤติกรรมอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม ครั้นเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ก็จะสร้างรังรวมกันเป็นกลุ่มในร่มไม้เดียวกัน ในขณะจับคู่ตัวผู้จะสร้างรังแล้วอยู่กับตัวเมีย จนตัวเมียวางไข่แล้วตัวผู้จะแยกไปสร้างรังใหม่และจับคู่กับตัวเมียตัวใหม่ เป็นเช่นนี้เรื่อยไปจนกว่าจะหมดฤดูผสมพันธุ์ หรือจนกว่าตัวเมียจะหมดฝูง โดยตัวเมียจะเลี้ยงลูกอ่อนจนกว่าจะบินเข้ารวมฝูงได้
การสร้างรังของนกกระจาบ
นกกระจาบ ได้ชื่อว่าเป็น "นกช่างสาน" (Weaver bird) จากการทำรังได้อย่างประณีตและสวยงาม จัดว่าเป็นสถาปนิกเอกชนิดหนึ่ง มันจะสร้างรังด้วยปากอย่างเดียว โดยการสร้างรังเป็นหน้าที่ของเพศผู้ เพื่อเป็นการดึงดูดเพศเมีย ทำให้นักชมนกทั่วไปตั้งฉายาให้กับนกกระจาบ ว่า สถาปนิกนักรักของโลก
ทั้งนี้ ในบรรดารังนกกระจาบทั้ง 3 ชนิด รังของนกกระจาบธรรมดาจะมีความสวยงามที่สุด ซึ่งในอดีตเรามักจะพบรังของนกกระจาบธรรมดาห้อยอยู่สูงมาก เช่น ต้นมะพร้าว ต้นตาล ตามชนบท เทือกสวนไร่นา แต่ในปัจจุบันมักพบตามต้นไม้พุ่มค่อนข้างต่ำ ต้นไม้ ตามริมแม่น้ำ หรือคลองชลประทาน
โดยช่วงแรกของสร้างรัง นกเพศผู้จะทำรังรูปทรงน้ำเต้าห้อยลงมาจากปลายกิ่ง และมีสะพานเชื่อมกลางเหมือนคานสำหรับเกาะ แล้วให้นกเพศเมียที่หมายปอง ซึ่งคอยเฝ้าสังเกตอยู่ใกล้ๆ ได้เข้ามาสำรวจว่าถูกใจแค่ไหน ซึ่งหากนกกระจาบเพศผู้ทำรังเป็นที่พอใจของเพศเมีย ก็จะมีการตกลงปลงใจร่วมคู่ครอง วางไข่ ในรังที่ทำไว้ต่อไป
สำหรับการตกแต่งภายในรังจะเป็นหน้าที่ของนกกระจาบเพศเมียที่จะเป็นแม่นก ส่วนด้านนอกรังจะเป็นหน้าที่ของนกเพศผู้ โดยทั้งสองจะช่วยกันตกแต่งต่อเติมให้ปากรังมีลักษณะเป็นท่อกรวยยาวลงมาสำหรับเป็นทางเข้าออกเรือนหอ โดยในช่วงนี้จะเรียกว่า "ช่วงฤดูผสมพันธุ์"
เปิดเคล็ดลับการสร้างรังของนกกระจาบ
หลังรู้วิธีการทำรังของนกกระจาบกันแล้ว เรามาดูเทคนิคการสร้างรังของนกชนิดนี้กัน โดยนกกระจาบเพศผู้ที่โตเต็มวัยเต็มที่แล้ว มักจะใช้มูลวัว มูลควาย หรือโคลนมายารังในบริเวณที่เป็นตัวรัง เพราะมูลสัตว์หรือโคลนที่ใช้ยารัง เมื่อแห้งแล้วจะเชื่อมยึดให้รังแข็งแรงทนทานมากกว่ารังธรรมดา ทำให้นกเพศเมียมักจะจับคู่ด้วย ซึ่งนับเป็นเทคนิคสำคัญในการสร้างรังของนกกระจาบเลยทีเดียว ขณะที่นกกระจาบรุ่นหนุ่ม มักจะสร้างรังได้มีดีนัก เนื่องจากขาดประสบการณ์และความชำนาญ
สถานภาพ
นกกระจาบทั้ง 3 ชนิด จัดเป็นนกคุ้มครอง และมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่อยู่อาศัยของพวกมันถูกรบกวน ทำให้มันไม่สามารถสร้างรังได้ อีกทั้ง ผลจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ทำให้ถิ่นที่อยู่ของนกเปลี่ยนแปลงไป จนไม่อาจอยู่อาศัยได้หรือไม่เหมาะสมต่อการสร้างรังวางไข่ นกกระจาบจึงอยู่ในสถานะหายาก
นี่ก็เป็นเรื่องราวของนกกระจาบ ที่ Nation STORY นำมาเล่าให้อ่านกันในครั้งนี้ หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รู้จักกับนกชนิดนี้มากขึ้น หากพบรังของ "สถาปนิกนักรักของโลก" ขณะที่พวกมันยังอยู่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ก็ขอให้ปล่อยไปตามธรรมชาตินะ อย่าได้พวกมันเลย
ขอบคุณข้อมูลจาก :
pasusat.com
เพจเฟซบุ๊ก ด่านตรวจสัตว์ป่าปาดังเบซาร์
ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี
สถาปนิกมีปีก
ครูนกกระจาบ