"โรงงานวินโพรเสส ถูกฟ้องและถูกยึดที่ดินเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของสารเคมีภายในโรงงาน อยู่ในระหว่างการขนย้าย โดยได้จ้างบริษัทเอกชนเป็นผู้มาดำเนินการ แต่เป็นไปอย่างล่าช้า และยังไม่รู้ถึงขั้นตอนการบำบัดน้ำเสียและการกำจัดกากอุตสาหกรรมเหล่านั้น ว่าจะดำเนินการอย่างไรหรือจะต้องตั้งกองไว้เป็นอนุสรณ์สถานต่อไป" นายชุติพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่า อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้มีคำสั่งให้โรงงาน ดำเนินการขนย้ายสารเคมีและกากอุตสาหกรรมอันตราย ออกไปกำจัด ในวันที่ 19 เม.ย. ก่อนจะเกิดเหตุไฟไหม้ในวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุเพลิงไหม้เกิดตั้งแต่เวลา 08:00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเริ่มงาน
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลว่าโรงงานแห่งนี้ถูกตัดไฟไปแล้ว จึงไม่น่าจะเกิดจากสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องไปดูกล้องวงจรปิดทั้งภายในและโดยรอบโรงงาน เนื่องจากมีความพยายามเชื่อมโยง ว่าโรงงานแห่งนี้มีเจ้าของเดียวกันกับโรงงานที่เคยเกิดเหตุไฟไหม้ที่ จ.อยุธยา
"ผมขอบคุณเจ้าหน้าที่เผชิญเหตุทุกคน ที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ แต่ขอให้วางมาตรการรับมือสถานการณ์ที่รวดเร็วกว่านี้ เพราะกว่าจะใช้งบประมาณเผชิญเหตุได้ จะต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ซึ่งเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด หากไม่อนุมัติ ก็จะไม่สามารถใช้โฟม หรืออุปกรณ์ในการดับไฟ ก็ใช้ได้ยาก จึงจำเป็นจะต้องลดขั้นตอน เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้เร็วกว่านี้" นายชุติพงศ์ ระบุ