ในส่วนของ Cloud First Policy นั้น กระทรวงดีอี จะผลักดันการใช้ระบบคลาวด์เป็นหลัก มุ่งสู่การเป็นคลาวด์ฮับของภูมิภาคมีการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประเทศที่ทันสมัย มั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานสากลยกระดับการทำงานภาครัฐ ด้วยเทคโนโลยีให้บริการระบบคลาวด์เพื่อพัฒนาการบริการประชาชนไม่น้อยกว่า 220 กรม 75,000 Virtual Machine (VM) ประหยัดงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลของประเทศ 30-50% รวมถึงมีการส่งเสริมการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล และการใช้ประโยชน์ จากบิ๊กดาต้าสนับสนุนท้องถิ่นประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการทำงานส่งเสริมและดึงดูดการลงทุนด้านคลาวด์ของประเทศ รวมถึง ส่งเสริมผู้ประกอบการไทย และผู้ประกอบการต่างประเทศ
กระทรวงดีอีจะเร่งดำเนินการในการขับเคลื่อนระดับภูมิภาค โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาข้าราชการภายใต้สำนักงาน สถิติจังหวัดและอำเภอ เป็น IT Man จำนวน 1,196 คน ครอบคลุม 878 อำเภอทั่วประเทศ มีศูนย์ดิจิทัลชุมชน 2,222 แห่ง ให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตจำนวน 24,654 หมู่บ้าน พัฒนาสภาเยาวชนดิจิทัล รวมถึงสร้างชุมชนโดนใจมากกว่า 500 ชุมชน
รมว.ดีอี กล่าวอีกว่า เครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศจะประกอบไปด้วย 3 ด้านสำคัญคือ
เครื่องยนต์ที่ 1 มุ่งเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ ผ่านนโยบาย Cloud First Policy เป็นคลาวด์แบงก์ใหญ่รวมทุกอย่างในที่เดียวกัน และเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ เป็น Open Data
มีการเชื่อมดิจิทัลไอดี อย่างกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง มี Thaid มีคนเข้าไป 12 ล้านคน มี “ทางรัฐ” ของสำนักพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ที่มีคน 3 แสนคน หรือ “หมอพร้อม” ของกระทรวงสาธารณสุข ก็มี 30 ล้านคน เช่นกันกับ “เป๋าตัง” ที่มีคนอยู่ประมาณ 30 กว่าล้าน แต่ยังไม่มีแอปพลิเคชั่นของคนไทยที่คนไทยเข้าไปใช้มากที่สุด
เพราะปัจจุบันมีข้อมูลกระจัดกระจายบนคลาวด์ ดังนั้น ดีอีจะสนับสนุนให้เกิดแอปภาครัฐจะมีประชาชนมาใช้บริการได้ทุกวันตลอดเวลา เป็นรัฐบาลดิจิทัลจึงต้องหาทางนำบริการ มารวมเป็น “ไทยแลนด์ซูเปอร์แอป” มี All Service ภาครัฐทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ โอนเงิน ประกันสังคม เรื่องการศึกษา การสาธารณสุข การท่องเที่ยว เป็นต้น
เครื่องยนต์ที่ 2 มุ่งสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Safety & Security) ซึ่งเราได้ดำเนินการเร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ผ่านแผนงานการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์โดยเร่งด่วน โดยประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบและจับกุมผู้เปิดบัญชีแทน/บัญชีม้าในประเทศไทย เว็บพนันออนไลน์ รวมถึงมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ และเพิ่มประสิทธิภาพระบบการอายัดบัญชีให้ทันท่วงที
เครื่องยนต์ที่ 3 มุ่งเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัลของประเทศ (Human Capital) โดยให้ความสำคัญกับการผลิตเมล็ดพันธุ์ดิจิทัล สร้างรากฐานอนาคตประเทศ โครงการ พัฒนากำลังคนดิจิทัล (Digital Manpower) กระทรวงดีอี มีการพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลกำลังคนดิจิทัล นอกจากนี้รัฐบาลมีแผนที่จะดึงดูดกำลังคนดิจิทัลและมีการทำ Global Digital Talent VISA เพื่อดึงคนจากต่างประเทศเข้ามาทำงานในประเทศไทย
ทั้งนี้ รัฐมนตรีดีอี ยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วยระบาด โดยย้ำว่านี่คือภารกิจสำคัญมากของกระทรวง ซึ่งในระยะสั้นได้มีการตั้งศูนย์ AOC ที่ได้ดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ปี 2566 และยังคงดำเนินการอยู่ และมีการพัฒนาให้มีความเข้มข้นมากขึ้นเป็น AOC+ 1141 สำหรับในระยะกลางนั้น ก็คือการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย ส่วนในระยะยาวจะต้องมีการพัฒนากฎหมายให้ดีขึ้น เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนไปทุกวัน กฎหมายก็ต้องตามทุกวัน วันนี้เรากำลังแก้กฎหมายหลายฉบับ เรื่องง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องแกดูกฎหมายอย่างเช่นเรื่องของการหลอกลวงการซื้อสินค้าไม่ตรงปก เราได้ทำงานกับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคต้องรับของก่อนจ่ายเงินจะกี่วันก็ว่ากันไปตามตกลง
รัฐมนตรีดีอี กล่าวทิ้งท้ายว่า เทคโนโลยีดิจิทัลมีความสำคัญจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการพัฒนาสร้างกลไกและความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์สร้างคนไทยให้รู้จักทักษะดิจิทัล และเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและให้การก้าวเข้าไปสู่คำว่ารัฐบาลดิจิทัลในอนาคตเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและเป็นประโยชน์กับพี่น้องคนไทยมากที่สุด