ประเด็นนี้ทีมข่าวเนชั่น ได้ตามไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ถึงที่เทศบาลตำบลกะรน ในฐานะเจ้าของพื้นที่ พบกับ นายสนั่น รักดำ ผอ.กองช่าง ให้ข้อมูลว่า มีบันทึกข้อความเป็นหลักฐานว่า ในปี 2561 เทศบาลได้ร่วมกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ตำแหน่ง รอง ผบช.ทท. ในขณะนั้น รวมถึงหน่วยงาน ปปง. , เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. และเจ้าหน้าที่ป่าไม้
เข้าไปตรวจสอบที่ตั้ง บริษัท วอเตอร์บีชภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่ที่ "หาดนุ้ย" เนื่องจากเชื่อมโยงกลุ่มนอมินีจีน ที่เกี่ยวข้องเรือฟรีนิกซ์ล่ม ทำให้คนจีนเสียชีวิตหลายคนพบว่า มีการบุกรุกและครอบครองพื้นที่ "หาดนุ้ย" ซึ่งเป็นที่ดิน ส.ป.ก. และป่าไม้ภูเก็ต พร้อมสั่งรื้อถอนอาคารจำนวน 16หลัง ที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต
รวมถึงเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2564 เทศบาลได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นายสิงหา (สงวนนามสกุล) ผู้ที่อ้างเป็นเจ้าของ "หาดนุ้ย" ในความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ที่ก่อสร้างอาคาร ดัดแปลง ต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาติ และฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น
แต่เนื่องจากการลงมือรื้อถอนนั้น เป็นหน้าที่ของป่าไม้ ในฐานะเจ้าของพื้นที่ตัวจริง ที่ต้องดำเนินการเอง เพราะเทศบาลฯ ไม่มีอำนาจเข้าทำการรื้อถอน สิ่งที่เทศบาลฯ ทำได้แค่ติดตามว่า รื้อถอนแล้วหรือไม่ และล่าสุด 25 พ.ค. 2566 เทศบาลได้ทำหนังสือถึงศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต เพื่อขอทราบความคืบหน้าผลการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่หาดนุ้ย แต่ไม่เคยได้รับการตอบกลับจนกระทั่งวันนี้
ขณะที่ การลงพื้นที่หาดนุ้ย หลังจากเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา ทีมข่าวไม่สามารถเข้าพื้นที่หาดนุ้ยได้ แต่วันนี้ (8 มี.ค.) เมื่อไปถึงบริเวณด้านหน้าประตูทางเข้า ที่เคยปิดประตูรั้วสีขาวไว้ วันนี้เปิดต้อนรับอย่างดี แต่สิ่งที่ผิดไปจากเดิม สังเกตุว่าป้ายข้อความภาษาอังกฤษสีแดง ที่ติดไว้ที่รั้วแจ้งการเก็บค่าเข้าหาดคนละ 100 บาท ได้หายไปแล้ว เมื่อเข้าไปภายในพื้นที่ก็พบว่า มีบ้านเป็นหลัง ๆ ที่ปลูกสร้างไว้เพื่อเป็นที่พักอย่างดีและใหม่ รวมถึงมีนักท่อเที่ยวมาเดินเล่นชายหาดกันหลายสิบคน
ทีมข่าวได้พบกับ นายสิงหา หรือ แหลมสิงห์ หรือ นายกิตติภพ ที่อ้างถือครองกรรมสิทธที่ดินหาดนุ้ย จำนวน 18 ไร่ ที่ได้แสดงตัวขอชี้แจงเรื่องเดียวกันนี้ โดยนายสิงหา เริ่มการพูดคุยสนทนา ด้วยการหอบเอกสารกองใหญ่ มาอธิบายที่มาที่ไปของการครอบครองที่ดินหาดนุ้ย 18 ไร่ โดยยืนยันว่า เป็นที่ดินของพ่อบุญธรรม ที่ทำกินมานานก่อนที่กฎหมายป่าไม้จะบังคับใช้ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการหาหลักฐานต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์สิทธิครอบครอง
ส่วนกรณีที่ศาลกฎีกาสั่งเพิกถอน “นส.3ก.”เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นเพราะ สค.1 ไม่ตรงแปลงเท่านั้น แต่ในฐานะที่ครอบครัวของพ่อบุญธรรม ที่ได้ทำกินมาก่อนตั้งแต่ปี 2516 ก็ยังต้องมีสิทธิทำกินต่อไปตามความชอบธรรม เพราะศาลไม่ได้สั่งขับไล่หรือให้ที่ดินหาดนุ้ยตกไปเป็นของกรมป่าไม้ ตามที่สังคมเข้าใจ และยืนยันจะทำกินที่ดินหาดนุ้ยต่อไปจนกว่า จะได้ถือสิทธิครอบครองตามกฎหมาย
มีรายงานว่า สำหรับปัญหาที่ดินหาดนุ้ยนี้ คงต้องให้ผู้รู้ทางการกฎหมายมาตีความให้เกิดความชัดเจน เพราะวันนี้ต่างฝ่ายต่างมองการถือครองที่ดินกันคนละมุม หรือจะให้ดีกรมป่าไม้ต้องเป็นผู้ออกมาชี้แจงอธิบาย รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย ให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรมกว่านี้