และในวันนี้ (15 ก.พ.67) เฟซบุ๊ก นรินทร ทามาส ซึ่งเป็นคนสนิทของ อาจารย์เฉลิมชัย ได้โพสต์คลิป ที่อาจารย์เฉลิมชัย พูดถึงการดำเนินชีวิตหลังอายุครบ 69 ปีว่า
"เช้าวันนี้ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันครบรอบอายุ 69 ปีของผม จึงฝากประกาศอย่างเป็นทางการว่า ผมมีอายุครบ 69 ปีแล้ว ทำอะไรมาก็มากมาย วันนี้ผมจึงฝากไปถึงทุกท่านที่ใช้ผม หรือที่อยากขอความช่วยเหลือผมในทุกเรื่อง หรือเชิญผมไปไหน อยากฝากทุกคนเลยว่า อย่ารบกวนผมเลย ปล่อยผมไปเถอะ ปล่อยชีวิตผมไปให้มีความสุข อย่าให้ผมวุ่นวายกับทุกเรื่อง ผมพอแล้ว ผมเลิกแล้ว
คือตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปอย่ามาเชิญอะไรผม การตัดสินงาน กรรมการไหนที่ก็ตาม ประกวดอะไรก็ตาม อย่ามาเชิญผม และที่ผมเคยเป็นอยู่ก็ขอยกเลิกทุกที่ ที่ผมเคยเป็นกรรมการ ทุกที่ที่ผมทำอะไรร่วมกับใครก็ตามผมยกเลิกหมด แม้กระทั่งพุทธศิลป์ของ มจร. ของแม่ฟ้าหลวง ก็งดหมด ผมแก่แล้ว ผมอยากมีชีวิตที่เหลืออย่างแข็งแรง ท่องเที่ยวไปในโลกของผมนั่นก็คือ เที่ยวไปทุกที่ทุกแห่งด้วยมอเตอร์ไซค์
ก็ฝากทุกท่านนะครับ ว่าอย่ามาใช้งานผม ไม่ว่าพระสงฆ์องคเจ้า ไม่ว่าหน่วยราชการ ไม่ว่าเอกชนใด ๆ ก็ตาม เป็นไปได้ ขอร้องนะครับ อย่ารบกวนผม ปล่อยผมไป ปล่อยผมไป ขอที่ชอบที่ชอบก่อน ก่อนที่จะตาย นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ ถ้าท่านรักผมก็อย่ามาเชิญผมนะครับ อย่ามาสนใจผมปล่อยผมไป"
ทั้งนี้อาจารย์เฉลิมชัยเคยประกาศวางมือครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 ภายในศาลาธรรม วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย ระหว่างแถลงข่าวก่อสร้างหอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย ที่ได้ทุ่มเงินส่วนตัวขั้นต่ำ 35-40 ล้านบาท ก่อสร้างเพื่อจะใช้จัดงานมหกรรมศิลปะนานาชาติที่ จ.เชียงราย หรือ Thailand Biennale Chiangrai 2023 ซึ่ง จ.เชียงราย เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. 2566-30 เม.ย. 2567 สร้างความตื่นตะลึงและตกใจแก่ทุกฝ่ายมาแล้ว
ต่อมาวันที่ 4 ต.ค. 2566 นายประสพ เรียงเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้าพบกับอาจารย์เฉลิมชัย และอาจารย์สุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะ เพื่อขอให้กลับมาร่วมเตรียมความพร้อมในการจัดงานอีกครั้ง ซึ่งอาจารย์เฉลิมชัยยินดีกลับไปร่วมงานจนทำให้งาน Thailand Biennale Chiangrai 2023 มีความยิ่งใหญ่ กระทั่งอาจารย์เฉลิมชัยได้ประกาศวางมืออย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันนี้
รู้จักปูมหลัง อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2498 ณ บ้านร่องขุน ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นบุตรของนายไพศาล โฆษิตพิพัฒน์ และนางพรศรี อยู่สุข
จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนบัวสลี บ้านร่องขุน จ.เชียงราย ชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนดรุณศึกษา อ.เมือง จ.เชียงราย ระดับ ปวช. จากโรงเรียนเพาะช่าง กรุงเทพฯ
ศิลปะบัณฑิตศิลปะไทย (รุ่นแรก) จากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ สาขาศิลปไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพฯ เคยได้รับเหรียญทองจากการประกวดผลงานระดับชาติ ในตอนที่เรียนอยู่ตอนปีที่ 4 หลังจากสำเร็จการศึกษาได้ยึดอาชีพจิตรกรอิสระมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2522 เป็นต้นมา
สำหรับผลงานจิตรกรรมไทยที่มีชื่อเสียงมีหลายผลงาน เช่น ภาพจิตรกรรมไทยในอุโบสถวัดพุทธประทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ, เขียนภาพประกอบบทพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก และผลงานศิลปะที่ วัดร่องขุ่น ซึ่งมีทั้งงานสถาปัตยกรรม ประติมากรรมปูนปั้น และงานจิตรกรรมไทย ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ในปี พ.ศ. 2554
นอกจากผลงานด้านจิตรกรรม ประติมากรรมและสถาปัตยกรรมแล้ว อาจารย์เฉลิมชัย ยังมีผลงานศิลปะอีกแขนงคือ “ศิลปะภาพพิมพ์”
ส่วนชีวิตครอบครัว อ.เฉลิมชัย ได้สมรสกับ กนกวัลย์ โฆษิตพิพัฒน์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2535 และมีลูกชายด้วยกัน 1 คน น้องแทน หรือ ณภัส โฆษิตพิพัฒน์
สำหรับผลงานโดดเด่นของอาจารย์เฉลิมชัย อาทิ
พ.ศ. 2523 เป็นประธานก่อตั้งกลุ่ม "ศิลปไทย 23" เพื่อต้านอิทธิพลศิลปะจากยุโรป อเมริกา
พ.ศ. 2527 เริ่มโครงการจิตรกรรมฝาผนังวัดพุทธประทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเดินทางไปเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดพุทธปทีป โดยไม่คิดค่าจ้าง
พ.ศ. 2539 ออกแบบสร้างวัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นบ้านเกิด เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และให้เป็นงานพุทธศิลป์ระดับโลกด้วยเงินส่วนตัว จนถึงปัจจุบัน
พ.ศ. 2541 เขียนภาพจิตรกรรมติดพระตำหนัก จังหวัดกระบี่
พ.ศ. 2548 เริ่มดำเนินการออกแบบและก่อสร้างหอนาฬิกาเชียงรายขึ้น ณ ถนนบรรพปราการ