เนชั่นทีวี

ข่าว

"ศาลปกครองเชียงใหม่"พิพากษานายกฯ-บอร์ดสิ่งแวดล้อมเร่งแก้ฝุ่นพิษใน 90 วัน

20 ม.ค. 2567 | chairat_pat

"ศาลปกครองเชียงใหม่"พิพากษานายกฯ-บอร์ดสิ่งแวดล้อมเร่งแก้ฝุ่นพิษใน 90 วัน

"ศาลปกครองเชียงใหม่" มีคำพิพากษาสั่งนายกรัฐมนตรีและบอร์ดสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้เร่งทำแผนแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ เป็นการด่วนและเสร็จภายใน 90 วัน

20 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองเชียงใหม่มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา ให้นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กำหนดมาตรการ หรือจัดทำแผนฉุกเฉินป้องกัน ควบคุม แก้ไข บรรเทา หรือระงับภยันตรายอันเกิดจากฝุ่น PM2.5 ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐานและอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ที่มีประสิทธิภาพอย่างบูรณาการและยั่งยืน ให้ทันท่วงที  

ทั้งนี้ โดยให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด ตามที่ "นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล"  อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับพวก รวม 10 คน  ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี และ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ต่อศาลปกครองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2566 ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร ในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5    

อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองเชียงใหม่ให้เหตุผลว่า เมื่อพิจารณาจากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และกรมควบคุมมลพิษ ปรากฏว่านับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ มีฝุ่น PM2.5 ในปริมาณที่เกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเดือน ก.พ. ถึง เม.ย. ปี พ.ศ. 2566

ประกอบกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต 1 (เชียงใหม่) ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า ฝุ่น PM2.5 เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดกลุ่มโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคมะเร็งปอด และโรคหืดหอบ โดยมีจำนวนผู้ป่วยและอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา ถึงปี พ.ศ. 2566 เมื่อพิจารณาแล้วจึงเห็นว่า

สำหรับพื้นที่ภาคเหนือประสบปัญหาสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่มีค่าสูงกว่ามาตรฐานในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง กรณีถือว่าพื้นที่ภาคเหนือเกิดภาวะมลพิษ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบเสียหายต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2566 ในพื้นที่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน ตาก สุโขทัย และพิษณุโลก มีปริมาณฝุ่น PM2.5 เกินกว่า 50 มคก./ลบ.ม. เป็นระยะเวลาติดต่อกันหลายวัน และบางช่วงมีปริมาณสูงเกินกว่า 100 มคก./ลบ.ม. (ระดับที่ 4) เป็นอย่างมาก  

อย่างไรก็ตาม แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะได้ดำเนินการเพื่อสั่งการให้มีการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 แล้วก็ตาม แต่เนื่องจากสภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ ยังคงตกอยู่ในภาวะที่ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพอันเกิดจากฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานเป็นระยะเวลานานและต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ปรากฏว่าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้กำหนดให้มีการประชุมเป็นกรณีเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่อยู่ในสถานการณ์วิกฤตในระดับที่ 4 และพิจารณากลั่นกรองแนวทางแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาผลร้ายจากฝุ่น PM2.5 เสนอต่อนายกรัฐมนตรี เป็นการเร่งด่วน กรณีจึงถือว่านายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดล่าช้าเกินสมควรในการแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาผลร้ายจากฝุ่น PM2.5 

ส่องความเห็นภาคประชาชน หลังศาล ปค.เชียงใหม่ พิพากษานายกฯ-บอร์ดสิ่งแวดล้อม เร่งแก้ฝุ่นพิษใน 90 วัน

ด้าน นายวิทยา ครองทรัพย์ สภาลมหายใจภาคเหนือ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจ คำพิพากษาครั้งนี้พิสูจน์ว่า ภาคเหนือต้องการบริหารฝุ่นแบบมีแบบแผน คำพิพากษาครั้งนี้น่าจะเป็นการนับหนึ่ง อยากให้มีการบริหารจัดการให้ชัดเจนเร็วขึ้น 

ขณะที่ นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ดีใจเพราะจะเห็นแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว ก่อนหน้านี้มีหลายคดีที่อาจออกมาว่า ผลกระทบไม่ชัดเจน ทำให้ฝ่ายทีมแพทย์ไม่สบายใจ การสื่อสารไม่ดีหรือเปล่า ครั้งนี้เป็นที่ชี้ชัดว่า ผลกระทบต่อสุขภาพเป็นที่ยอมรับในระดับขั้นของศาลปกครอง 

ข่าวล่าสุด