เนชั่นทีวี

ข่าว

"สวนดุสิตโพล" เผย ประชาชนไม่ถึง ร้อยละ 50 ที่กังวลฝุ่น PM 2.5 ทำไมคิดแบบนี้?

17 ธ.ค. 2566 | tinakit_rat

"สวนดุสิตโพล" เผย ประชาชนไม่ถึง ร้อยละ 50 ที่กังวลฝุ่น PM 2.5 ทำไมคิดแบบนี้?

"สวนดุสิตโพล" เผย ประชาชนไม่ถึง ร้อยละ 50 ที่กังวล "ฝุ่น PM 2.5" ทั้งที่ส่งผลต่อสุขภาพ เพราะอะไร ทำไมถึงมีความคิดแบบนี้? ด้าน "รองโฆษกรัฐบาล" ระบุ ม.ค.67 ชาวไร่อ้อย เตรียมเป๋าตุง

17 ธันวาคม 2566 "สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง“คนไทยกับฝุ่น PM 2.5” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,123 คน สำรวจระหว่างวันที่ 12-15 ธันวาคม 2566 พบว่า กลุ่มตัวอย่าง

  • ร้อยละ 48.89 ค่อนข้างวิตกกังวลกับปัญหาฝุ่น PM 2.5
  • ร้อยละ 79.04 มองว่าปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่มีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้น เพราะการเผาไร่นา เผาป่า ไฟป่า
  • ร้อยละ 78.72 ประชาชนมีวิธีรับมือด้วยการติดตามข่าวสารและแนวทางปฏิบัติจากภาครัฐ และ
  • ร้อยละ 82.87 เห็นว่าสาเหตุที่ทำให้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 แก้ไขได้ยาก คือ การเผาไร่นา เผาป่า นั้นเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี
  • ร้อยละ 85.89 รัฐบาลควรมีมาตรการควบคุมและบทลงโทษที่เด็ดขาด
  • สุดท้ายร้อยละ 74.53มองว่ารัฐบาลคงจะแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนวิตกกังวลมากขึ้นว่า อาจกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ด้านรัฐบาลก็ออกมาแนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและเร่งผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งประชาชนเองก็พร้อมปฏิบัติตามข้อแนะนำจากทางภาครัฐ แต่ด้วยปัญหาฝุ่น PM 2.5 เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายปี แต่วิธีแก้ปัญหายังเน้นการตั้งรับ จึงทำให้ประชาชนยังไม่มั่นใจว่ารัฐบาล (ใหม่) จะแก้ปัญหานี้ได้

ดร.พรธิดา เทพประสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ฝุ่น PM 2.5 ยังคงเป็นปัญหา ที่ส่งผลกระทบสะสมต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยในระยะยาว ซึ่งจากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคพบว่า สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยจะมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานในช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคม เนื่องจากมีสภาพความกดอากาศต่ำหรือสภาพอากาศปิด ทำให้ฝุ่นละอองเกิดการสะสมในบรรยากาศจากอัตราการระบายอากาศไม่ดี รวมทั้งยังคงมีแหล่งมลพิษทางอากาศซึ่งยังไม่สามารถควบคุมให้ลดลงได้

เมื่อพิจารณาสถานการณ์ดังกล่าวร่วมกับผลสำรวจ “คนไทยกับฝุ่น PM 2.5” จะพบว่าเมื่อคนไทยหนีฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้ จึงต้องเรียนรู้อยู่กับฝุ่นให้สุขภาพไม่พัง ด้วยการเฝ้าระวังและป้องกันตนเอง หลีกเลี่ยงการรับฝุ่นเข้าสู่ร่างกายเมื่อมีการแจ้งเตือนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง รวมทั้งมีการติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังฝุ่น PM 2.5 ในวันที่มีปริมาณฝุ่นหนาแน่น

ผลสำรวจ สวนดุสิตโพล ฝุ่น PM 2.5

สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ร่วมกันทุกภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การจัดการอย่างยั่งยืนลดปัญหาโลกรวนที่ทำให้ความรุนแรงของมลพิษทางอากาศมากขึ้นได้

อย่างไรก็ตามสำหรับสถานการณ์ฝุ่นในวันนี้(17 ธ.ค.) เฟซบุ๊ก ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 17 ธันวาคม 2566 ณ 07:00 น สรุปดังนี้ 

ภาพรวมปริมาณ PM 2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานใน จ.นนทบุรี กรุงเทพฯ  จ.นครปฐม  จ.สมุทรสาคร  จ.สมุทรปราการ  จ.เชียงราย  จ.พิษณุโลก  จ.ตาก  จ.อุทัยธานี  จ.ชัยนาท  จ.สิงห์บุรี  จ.ลพบุรี  จ.สระบุรี  จ.อ่างทอง  จ.สุพรรณบุรี  จ.พระนครศรีอยุธยา  จ.กาญจนบุรี  จ.ราชบุรี  จ.สมุทรสงคราม  จ.ระยอง และ จ. หนองคาย  

  • ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 4 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 10.8 - 44.4 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 10.0 - 38.0 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 26.7 - 60.6 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 16.6 - 39.1 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 9.2 - 19.9 มคก./ลบ.ม.
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ​ ​กทม. เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 25.3 - 87.5 มคก./ลบ.ม. 

สถานการณ์ ฝุ่น PM 2.5 17 ธ.ค.66

ขณะที่ น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเกษตรกรโคราชในหลายพื้นที่ มีความตื่นตัวกับสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในปัจจุบัน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูเปิดหีบอ้อย เกษตรกรทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อย โดยส่วนใหญ่จะเน้นตัดอ้อยสดแทนการเผา ซึ่งปกติฤดูการเก็บเกี่ยวจะตรงกับช่วงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 หนาแน่นพอดี การตัดอ้อยสดนอกจากจะแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นแล้ว ยังสามารถทำให้ขายอ้อยได้ราคาดี และมีคุณภาพ เพราะอ้อยจะมีความหวาน ที่สำคัญใบและยอดอ้อยยังสามารถนำไปขาย เพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้แก่โรงไฟฟ้าชีวมวลได้อีกด้วย

น.ส.เกณิกา กล่าวต่ออีกว่า รัฐบาลโดยรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวชื่นชมเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยโคราชว่า ถือเป็นการนำร่องและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ให้มีการตื่นตัวและร่วมมือกันลดเผา เพราะทำให้ผลผลิตมีความคุ้มค่า ลดต้นทุนและแก้ปัญหาฝุ่นอีกด้วย หากเกษตรกรช่วยกันแบบนี้ทั่วประเทศ ก็จะเป็นการแก้ปัญหาอีกหนึ่งต้นตอของฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน

และจากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเงินสนับสนุนตัดอ้อยสดในโครงการสนับสนุนชาวไร่อ้อย เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ไปแล้วนั้น ชาวไร่อ้อยจะได้รับเงินสนับสนุนตัดอ้อยสดตันละ 120 บาท คาดว่ามีชาวไร่อ้อยที่เข้าร่วมโครงการ 140,000 ราย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวไร่อ้อยที่จะเริ่มจ่ายเงินได้ในเดือน ม.ค.2567 นี้

ข่าวล่าสุด