สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ร่วมกันทุกภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การจัดการอย่างยั่งยืนลดปัญหาโลกรวนที่ทำให้ความรุนแรงของมลพิษทางอากาศมากขึ้นได้
อย่างไรก็ตามสำหรับสถานการณ์ฝุ่นในวันนี้(17 ธ.ค.) เฟซบุ๊ก ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 17 ธันวาคม 2566 ณ 07:00 น สรุปดังนี้
ภาพรวมปริมาณ PM 2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานใน จ.นนทบุรี กรุงเทพฯ จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ จ.เชียงราย จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.อ่างทอง จ.สุพรรณบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.กาญจนบุรี จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.ระยอง และ จ. หนองคาย
- ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 4 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 10.8 - 44.4 มคก./ลบ.ม.
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 10.0 - 38.0 มคก./ลบ.ม.
- ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 26.7 - 60.6 มคก./ลบ.ม.
- ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 16.6 - 39.1 มคก./ลบ.ม.
- ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 9.2 - 19.9 มคก./ลบ.ม.
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 25.3 - 87.5 มคก./ลบ.ม.
ขณะที่ น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเกษตรกรโคราชในหลายพื้นที่ มีความตื่นตัวกับสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในปัจจุบัน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูเปิดหีบอ้อย เกษตรกรทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อย โดยส่วนใหญ่จะเน้นตัดอ้อยสดแทนการเผา ซึ่งปกติฤดูการเก็บเกี่ยวจะตรงกับช่วงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 หนาแน่นพอดี การตัดอ้อยสดนอกจากจะแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นแล้ว ยังสามารถทำให้ขายอ้อยได้ราคาดี และมีคุณภาพ เพราะอ้อยจะมีความหวาน ที่สำคัญใบและยอดอ้อยยังสามารถนำไปขาย เพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้แก่โรงไฟฟ้าชีวมวลได้อีกด้วย
น.ส.เกณิกา กล่าวต่ออีกว่า รัฐบาลโดยรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวชื่นชมเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยโคราชว่า ถือเป็นการนำร่องและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ให้มีการตื่นตัวและร่วมมือกันลดเผา เพราะทำให้ผลผลิตมีความคุ้มค่า ลดต้นทุนและแก้ปัญหาฝุ่นอีกด้วย หากเกษตรกรช่วยกันแบบนี้ทั่วประเทศ ก็จะเป็นการแก้ปัญหาอีกหนึ่งต้นตอของฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน
และจากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเงินสนับสนุนตัดอ้อยสดในโครงการสนับสนุนชาวไร่อ้อย เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ไปแล้วนั้น ชาวไร่อ้อยจะได้รับเงินสนับสนุนตัดอ้อยสดตันละ 120 บาท คาดว่ามีชาวไร่อ้อยที่เข้าร่วมโครงการ 140,000 ราย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวไร่อ้อยที่จะเริ่มจ่ายเงินได้ในเดือน ม.ค.2567 นี้