ครม.สัญจร จ.หนองบัวลำภู ปัดฝุ่นกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง
4 ธันวาคม 2566 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติในหลักการโครงการก่อสร้างกระเช้าขึ้นอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย เพื่อนำไปเรียงลำดับพิจารณาความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณ โดยรายละเอียดโครงการมีการเสนอให้ออกแบบการก่อสร้างที่ใช้งบประมาณ 28 ล้านบาท นำไปประกอบการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ต้องการให้มีการสร้างโครงการกระเช้าลอยฟ้า ที่สร้างรายได้ในพื้นที่และสร้างรายได้เข้าจังหวัด ขณะเดียวกันก็มีการทำ EIA มาแล้วหลายครั้ง และการออกแบบก่อสร้างที่ผ่านมา มีทั้งการสร้างกระเช้าลอยฟ้าควบคู่กับทางเดินขึ้นที่เคยมีอยู่เดิม
"ตนเคยผลักดันตั้งแต่เป็น สส.สมัยแรกเมื่อปี 2539 ว่า อยากให้มีกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ที่ผ่านมาจะมีผู้ต่อต้านบ้าง แต่ก็ยังมีผู้สนับสนุน และเมื่อมาในยุคนี้ ซึ่งเป็นยุคที่เศรษฐกิจค่อนข้างตกต่ำ และจากที่นายอำเภอรายงานมา ขณะนี้ยอดนักท่องเที่ยวขึ้นภูกระดึงลดน้อยลง ฉะนั้นจึงอยากมีกระเช้าเพื่อเพิ่มรายได้ และยังคงให้มีทางขึ้นลง 2 ทาง ทั้งทางเดินเท้าและกระเช้า ซึ่งจะทำให้ลูกหาบในพื้นที่ยังคงมีรายได้ต่อไป" นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด (6 ธันวาคม 2566)
กรมอุทยานฯ ยังไม่อนุมัติก่อสร้าง ให้ "อพท." เข้าศึกษาความเป็นไปได้ 2 ปี
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์กับ "คมชัดลึก" ว่า กรมอุทยานฯ ไม่ได้เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการก่อสร้าง ที่ผ่านมามีการอนุญาตให้องค์การบริหารพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เข้าไปสำรวจ ศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า และความเป็นไปได้ในโครงการกระเช้าไฟฟ้าภายในอุทยานฯ ภูกระดึง ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566-กันยายน 2568 หรือประมาณอีก 2 ปีข้างหน้า โดยยืนยันว่าการเข้าพื้นที่ในครั้งนี้ ไม่ใช่การทำการศึกษาผลกระทบ EIA และกรมอุทยานฯ ยังไม่ได้อนุมัติการก่อสร้างแต่อย่างใด
โซเชียลเสียงแตก ทั้งคัดค้านและสนับสนุน
ประเด็น "กระเช้าภูกระดึง" ขึ้นเทรนด์ X (ทวิตเตอร์) และ Facebook มาหลายวัน ยกตัวอย่างความเห็นผู้ไม่เห็นด้วยในเชิงสิ่งแวดล้อม มองว่ายิ่งจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ระบบนิเวศยิ่งฟื้นตัวช้า และขยะก็เพิ่มขึ้นไปด้วย
"มุมเศรษฐศาสตร์และวิศวกรรม" เห็นว่า โครงการนี้ไม่คุ้มค่าการลงทุน ทั้งเงินที่ลงไปกับโครงสร้าง กำลังคนที่ต้องจ้างเพิ่ม และค่าบำรุงรักษา ที่สูงมาก เพราะเป็นโครงสร้างที่ต้องมีระบบความปลอดภัยชั้นสูงสุด การดูแลวงรอบการตรวจความปลอดภัยของอุปกรณ์ ต้องมีความถี่สูงมาก
มุมมองของนักท่องเที่ยวจากต่างพื้นที่ มองว่า มนต์เสน่ห์การเดินเท้าพูดคุยกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน ที่มีระหว่างทางจะหายไป ซึ่งประสบการณ์แบบนี้หาซื้อไม่ได้ และ "ภูกระดึง" อาจเหมาะสำหรับผู้ที่มาสัมผัสธรรมชาติจริงๆ ที่ยอมเหนื่อย เพื่อสัมผัสสิ่งงดงาม
แต่ฝั่ง "ผู้ที่เห็นด้วย" กับการสร้างกระเช้า มองว่า เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะประเทศที่มีกระเช้าลอยฟ้า และประสบความสำเร็จในการสร้างแหล่งท่องเที่ยว ก็มีให้เห็น และภูกระดึงไม่ควรเป็นสถานที่เอาไว้อวดความแข็งแรงที่ตนเองสามารถปีนขึ้นไปเอง ได้ชมความงาม ขณะที่คนที่ไม่แข็งแรง หรือคนสูงวัยไม่มีโอกาสได้ขึ้นไป และการนั่งกระเช้าไม่ได้จบเพียงเท่านั้น เพราะยังต้องเดินไปตามจุดเช็กอินต่างๆ บนภูกระดึง อีกหลายกิโลเมตร
ด้าน นายสุธรรม ธรรมชาติ ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านค้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง บอกว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เจริญรุ่งเรืองขึ้น ส่วนเสียงวิจารณ์ ตนมองว่าเป็นคนส่วนน้อย และไม่ใช่คนท้องถิ่น ทั้งนี้ อยากฝากไปยังรัฐบาลให้ช่วยขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เป็นจริงสักที คนจังหวัดเลยรอคอยมานานมากแล้ว
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังคงเป็นข้อถกเถียง และต้องผ่านกระบวนการต่างๆ อีกหลายด่าน สุดท้ายแล้วกระเช้าลอยฟ้า จะเกิดขึ้นจริง หรือต้องพับเก็บโครงการเหมือนครั้งผ่านๆ มา คงต้องรอลุ้น!!!
ขอบคุณข้อมูล