เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: จากไวรัล "มันฝรั่งม่วง" บนอวกาศ สู่การเปิดโลก "เกษตรกรรมอวกาศ" ที่ NASA-ESA-จีน กำลังแข่งกันพัฒนา

04 เม.ย. 2569

STORY: จากไวรัล "มันฝรั่งม่วง" บนอวกาศ สู่การเปิดโลก "เกษตรกรรมอวกาศ" ที่ NASA-ESA-จีน กำลังแข่งกันพัฒนา

เมื่อภาพวัตถุสีม่วงเข้มทรงประหลาดจากสถานีอวกาศนานาชาติแพร่กระจายไปทั่วโซเชียลมีเดีย หลายคนนึกถึงฉากเอเลี่ยนฟักไข่ในหนังไซไฟ... แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพนี้ ไม่ได้น่ากลัว หากแต่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า เพราะมันคือสัญญาณว่ามนุษยชาติกำลังเดินหน้าสู่การ "ปลูกอาหารนอกโลก" อย่างจริงจังแล้ว

เคยจินตนาการไหมว่า สักวันหนึ่งมนุษย์จะปลูกผักกินเองในอวกาศได้โดยไม่ต้องพึ่งการขนส่งจากโลก? วันนั้นอาจใกล้กว่าที่คิด

.

🔵[จากภาพไวรัล สู่ชื่อ "Spudnik-1"]

ปลายเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ภาพถ่ายจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกออนไลน์ เมื่อมีการเผยแพร่ภาพวัตถุสีม่วงเข้มทรงไข่ มีสิ่งที่ดูเหมือน "หนวด" พุ่งออกมาโดยรอบ ราวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่กำลังจะฟักออกจากไข่

 

แต่ความจริงแล้ว มันคือ "มันฝรั่งสีม่วง" ที่กำลังแตกยอดอ่อนในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง

 

วัตถุชิ้นนี้ได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า "Spudnik-1" ซึ่งเป็นการเล่นคำล้อเลียนชื่อ Sputnik-1 ดาวเทียมดวงแรกของโลก เพื่อสื่อถึงการเป็น "พืชหัวดวงแรกที่โคจรรอบโลก" — ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการนี้คือ ดอน เพตติท นักบินอวกาศ NASA ผู้ผ่านภารกิจอวกาศมาแล้ว 4 ครั้ง สะสมเวลาในวงโคจรรวมกว่า 590 วัน และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในช่างภาพอวกาศที่เก่งที่สุดคนหนึ่ง

 

 

🔵[ไม่ใช่เอเลี่ยน แต่คือวิทยาศาสตร์]

สีม่วงเข้มของมันฝรั่งไม่ได้เกิดจากการกลายพันธุ์เพราะอยู่ในอวกาศ แต่เป็นลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์นี้ที่มี "สารแอนโทไซยานิน" ในปริมาณสูง ส่วนสิ่งที่ดูเหมือนหนวดนั้น คือรากและต้นอ่อนที่งอกออกมาในทุกทิศทาง เพราะไม่มีแรงโน้มถ่วงมากำหนดทิศ "ลง"

 

เพตติทติดแผ่นตีนตุ๊กแกไว้กับหัวมันฝรั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้มันลอยไปมาภายในตู้กระจกปลูกพืชที่เขาดัดแปลงทำขึ้นเอง ซึ่งยิ่งทำให้ภาพที่ได้ดูน่าตื่นตาขึ้นไปอีก

 

แรงบันดาลใจของเขามาจากนิยายและภาพยนตร์เรื่อง "The Martian" ของแอนดี้ เวียร์ ที่ตัวละครหลักต้องปลูกมันฝรั่งเพื่อเอาชีวิตรอดบนดาวอังคาร เพตติทเปิดเผยว่า "รากของมันจะงอกออกไปในทุกทิศทางเมื่อไม่มีแรงโน้มถ่วง และพืชทุกชนิดที่ผมเคยปลูกในอวกาศมักจะเติบโตช้ากว่าตอนปลูกบนโลกอย่างเห็นได้ชัด"

 

แต่ถ้ามันฝรั่งเติบโตได้ในอวกาศ นั่นหมายความว่าอะไร?

🔵[เหตุใดมันฝรั่งจึงสำคัญกับอนาคตของมนุษยชาติ]

มันฝรั่งเป็นหนึ่งในพืชที่มีประสิทธิภาพทางโภชนาการสูงที่สุด เมื่อเทียบสัดส่วนสารอาหารที่กินได้กับน้ำหนักรวมของพืช การที่สามารถปลูกได้ในอวกาศจึงเป็นก้าวสำคัญ เพราะภารกิจระยะยาวสู่ดวงจันทร์หรือดาวอังคารในอนาคต ไม่มีทางที่จะขนส่งอาหารจากโลกได้ทั้งหมด ทั้งในแง่ปริมาณและค่าใช้จ่ายที่มหาศาล

 

ปัจจุบัน NASA ประสบความสำเร็จในโครงการ Veggie และ Advanced Plant Habitat (APH) ซึ่งสามารถปลูกผักใบเขียวและพริกได้แล้วบน ISS แต่ความพยายามนี้ไม่ได้มีแค่ NASA เท่านั้น

 

🔵[ESA และจีน ก็ไม่ยอมน้อยหน้า]

องค์การอวกาศยุโรป (ESA) กำลังเดินหน้าโครงการปลูกพืชบนดวงจันทร์ร่วมกับบริษัท Solsys Mining จากนอร์เวย์ โดยมุ่งเน้นการสกัดสารอาหารจากดิน "เรโกลิธ" บนดวงจันทร์มาใช้ในระบบปลูกพืช ไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งไม่ต้องใช้ดินเลย กระบวนการนี้แบ่งเป็น 3 ขั้น คือ คัดแยกดิน → สกัดสารอาหาร → ละลายเป็นน้ำบำรุงพืช โดยโครงการนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่ธันวาคม 2022

 

ฝั่ง จีน ยิ่งน่าทึ่งกว่านั้น เพราะ "สวนผักอวกาศ" บนสถานีอวกาศเทียนกงดำเนินมาเกือบ 1 ทศวรรษแล้ว นับตั้งแต่ปี 2016 ที่ทีมเสินโจว-11 ปลูกเมล็ดผักกาดหอมชุดแรก ต่อมาในปี 2022 ทีมเสินโจว-14 กลายเป็นนักบินอวกาศชุดแรกของโลกที่ได้ลิ้มรสผักกาดหอมที่ปลูกในอวกาศ — ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์อย่างน่าประทับใจ

 

จากนั้น ภารกิจต่อเนื่องโดยทีมเสินโจว-15, 16, 17 สามารถเก็บเกี่ยวผักกาดหอม 3 สายพันธุ์และมะเขือเทศเชอร์รี ปี 2024 ทีมเสินโจว-19 เพิ่มมันเทศเข้าในรายการทดลอง และล่าสุด ทีมเสินโจว-21 เก็บเกี่ยวมะเขือเทศเชอร์รีด้วยระบบ แอโรโปนิกส์ (การปลูกพืชด้วยหมอกสารละลายธาตุอาหาร) สำเร็จ นอกจากอาหาร พืชเหล่านี้ยังช่วยผลิตออกซิเจน ฟอกน้ำ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายให้ลูกเรือ โดยรวมแล้วการทดลองในอวกาศช่วยพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ได้แล้วกว่า 700 สายพันธุ์

 

จีนยังมีแผนเพิ่มข้าวสาลี แครอท และพืชสมุนไพร เข้าสู่ระบบเกษตรกรรมอวกาศต่อไปในอนาคต

 

🔵[เกษตรกรรมอวกาศ ไม่ใช่แค่เรื่องของนักบินอวกาศ]

ความพยายามเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายแค่กับผู้ที่ออกเดินทางสู่อวกาศ เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นไม่ว่าจะเป็นไฮโดรโปนิกส์, แอโรโปนิกส์ หรือการสกัดสารอาหารจากทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด ล้วนสามารถนำกลับมาประยุกต์ใช้กับการเกษตรบนโลกที่กำลังเผชิญวิกฤตภูมิอากาศและพื้นที่เพาะปลูกลดลงได้ทั้งสิ้น

 

Spudnik-1 อาจเป็นแค่มันฝรั่งก้อนเล็ก ๆ บนสถานีอวกาศ แต่มันเป็นสัญลักษณ์ของความฝันที่ยิ่งใหญ่ — วันที่มนุษย์จะสามารถกินอาหารที่ปลูกเองได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในจักรวาล

 

💬 คำถามชวนคิด:

ถ้าวันหนึ่งเทคโนโลยีเกษตรกรรมอวกาศถูกนำมาใช้แก้ปัญหาขาดแคลนอาหารบนโลก คุณคิดว่าประเทศไทยในฐานะ "ครัวของโลก" จะมีบทบาทอะไรในการพัฒนานวัตกรรมนี้ได้บ้าง?