อีกโพสต์ข้อความระบุไว้ว่า...
องค์การอนามัยโลก ได้รับการตอบจากจีนแล้ว การระบาดโรคทางเดินหายใจในเด็ก ไม่ได้พบเชื้อที่ผิดปกติ หรือเชื้ออุบัติใหม่ใดๆ เป็นเชื้อไวรัสที่ระบาดตามฤดูกาล ขณะนี้จึงไม่มีข้อวิตก
ในเวียดนามเอง ขณะนี้ก็มีโรคทางเดินหายใจในเด็กจำนวนมาก จนเตียงเต็ม และต้องมีการเพิ่มจำนวนเตียง สำหรับเด็กที่ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจเป็นจำนวนมาก
คงไม่แปลก เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลของโรคทางเดินหายใจ ที่พบในฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ ก็จะเริ่มพบในช่วงนี้ เป็นโรคประจำฤดูกาล เช่น ไข้หวัดใหญ่ โควิด 19 RSV Rhinovirus etc
หลังจากที่มีการระบาดของโควิด มีการป้องกันและลดการแพร่กระจายของโรคทางเดินหายใจอย่างมาก จึงไม่มีการระบาดของโรค เด็กที่เกิดใหม่โตขึ้นมาใน 3 ปีนี้รวมทั้งเด็กอื่นๆภูมิต้านทานจากการที่ติดเชื้อโดยธรรมชาติก็จะไม่มีหรือลดลงทำให้ปีนี้มีการแพร่ระบาดได้มาก เช่นเดียวกับประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมามีการระบาดอย่างหนักของไข้หวัดใหญ่ RSV Rhinovirus Parainfluenza โดยเฉพาะในเด็ก
การระบาดในปีนี้ กล่าวได้ว่า เพิ่มมากขึ้น ชดเชยในช่วงที่ไม่มีการระบาด และในปีต่อๆ ไป ทุกอย่างก็จะปรับเข้าสู่สภาพเดิมก่อนการระบาดของโรคโควิด 19 ที่เป็นไปตามฤดูกาล
อีกความเคลื่อนไหวจากทางด้าน ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ก็ได้ โพสต์เฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics ถึงกรณีดังกล่าวว่า สถานการณ์โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันที่ยังคงเพิ่ม สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศจีน ใจความในโพสต์ระบุว่า
โรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน ที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศจีน นั้นคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติจีน ได้แถลงข่าวในวันอาทิตย์นี้ (26/11/2566) ว่ามิได้เกิดจากจุลชีพสายพันธุ์ใหม่แต่ประการใด แต่เกิดจากไวรัส และแบคทีเรียดั้งเดิมรวม 5 ชนิด
ปรับปรุง 27/11/2566 เวลา 9:00 น.
1. ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza virus) เป็นไวรัสอาร์เอ็นเอชนิดเดียวที่มีเปลือกหุ้ม มีรูปร่างเป็นทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 80-120 นาโนเมตร ไวรัสไข้หวัดใหญ่มี 8 สายพันธุ์หลัก: A, B, C, D, E, H1N1, H2N2 และ H3N2 สายพันธุ์ A และ B เป็นสายพันธุ์ที่พบบ่อยที่สุดในมนุษย์
2. ไรโนไวรัส (rhinovirus) เป็นไวรัสที่พบมากที่สุดในมนุษย์ และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคไข้หวัด ไรโนไวรัสแพร่กระจายผ่านการสัมผัสกับละอองฝอยจากทางเดินหายใจที่ปนเปื้อนจากบุคคลที่ติดเชื้อ อาการทั่วไปของโรคไข้หวัดที่เกิดจากไรโนไวรัส ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย ไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับโรคไข้หวัดที่เกิดจากไรโนไวรัส แต่มียาที่สามารถบรรเทาอาการได้ วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคไข้หวัดที่เกิดจากไรโนไวรัสคือการล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลที่ป่วย
3. ไวรัสริสไพราโทรี ซินไซเทียล (respiratory syncytial virus) หรือ RSV เป็นไวรัสที่พบบ่อยในระบบทางเดินหายใจ มักทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่อาจรุนแรงในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ อาการทั่วไป ได้แก่ น้ำมูกไหล ไอ หายใจลำบาก มีไข้ เบื่ออาหาร หงุดหงิด เหนื่อยล้า หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ดื่มน้ำน้อยลง อาการแย่ลง ควรรีบไปพบแพทย์ วิธีป้องกันไวรัส RSV คือ ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วย และปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม
4. อะดีโนไวรัส (adenovirus) เป็นไวรัสที่พบได้บ่อย มักทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่อาจรุนแรงในเด็กเล็กและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง แพร่เชื้อผ่านการสัมผัสละอองฝอยจากทางเดินหายใจที่ปนเปื้อน ไม่มีการรักษาเฉพาะ แต่มียาบรรเทาอาการ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วย
5. ไมโคพลาสมา เนมโมเนีย (mycoplasma pneumoniae) เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ คล้ายไข้หวัดใหญ่หรือปอดบวม พบมากในเด็กและวัยรุ่น หายเองได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ หากมีอาการรุนแรงควรรีบไปพบแพทย์ วิธีป้องกัน ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วย ปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม
มีหลายฝ่ายเชื่อกันว่าการล็อกดาวน์เมืองหรือประเทศ การใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม เป็นเวลานานอาจทําให้ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กมีโอกาสพบกับเชื้อจุลชีพและไวรัสต่าง ๆ น้อยกว่าปกติ ดังนั้นเมื่อมีการผ่อนคลายมาตรการดังกล่าว ในระยะแรกจะทำให้เด็กมีการติดเชื้อจุลชีพและไวรัสกันเป็นจำนวนมาก (outbreak) แต่ก็จะเกิดในช่วงเวลาสั้น ๆ และกลับมาเป็นปรกติเมื่อภูมิคุ้มกันในเด็กกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม
ในขณะที่ทางการจีนแถลงว่าพบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่รับเข้ารักษาตัวใน รพ. ซึ่งเป็นเด็กด้วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไมโคพลาสมา เนมโมเนีย เพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ในขณะที่เริ่มพบไวรัสไข้หวัดใหญ่ อะดีโนไวรัส และ ไวรัสริสไพราโทรี ซินไซเทียล ในเดือนตุลาคม 2566 โดยทางการจีนได้ดําเนินการเฝ้าระวัง ตรวจกรองโรคทางเดินหายใจทั้งจากผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในโรงพยาบาลอย่างเข้มงวดครอบคลุมไวรัสและแบคทีเรียกว้างขวางรวมถึงเชื้อไมโคพลาสมา เนมโมเนีย ขึ้นเป็นครั้งแรก ทำให้การตรวจพบและรายงานการเจ็บป่วยโรคทางเดินหายใจในเด็กในปี 2566 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน