ส่วนกรณี เมื่อเกิดเหตุ ในโลกโซเชียล มักมีอารมณ์ร่วม แสดงความเห็น ว่า กฎหมายไทยอ่อนแอ บทลงโทษผู้กระทำผิดน้อย ทั้งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต ในเรื่องนี้ รศ. ร.ต.อ. ดร. จอมเดช กล่าวว่า กฎหมายไทยมีมาตรฐานตามหลักสากล ไม่อ่อนหรอก นักกฎหมายไทยก็จบจากอเมริกา ฝรั่งเศส ผู้พิพากษา ผู้ตรวจร่างกฎหมาย มีความละเอียดถี่ถ้วน ผ่านการตรวจสอบจากทั้งกฤษฏีกา สภา เพียงแต่อาจไม่อัปเดตให้ทันสมัย ก็ไปปรับให้ทันสมัยขึ้น
“แต่สำหรับกฎหมายเด็ก อารมณ์คนผมเข้าใจ มองว่า อายุ 14 ปี ไม่เด็กแล้ว ควรแก้กฎหมายหรือไม่นั้น เรื่องนี้ ถ้าเราแก้กฎหมายก็จะกลายเป็น ล้ำหน้าสากลโลกอีก ซึ่งทำไม่ได้ คือ กฎหมายที่เป็นสากลโลกเราควรต้องฟัง เพราะผ่านวิธีคิดทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว ว่าเราจะแก้ไขอย่างไร ลงโทษแบบไหนที่เหมาะสม ก็อาจลดทอนอารมณ์ความโมโหหน่อย ผมเข้าใจความโมโห แต่การแก้แค้นทดแทน ไม่ใช่วิธีการที่ดีเสมอไป หลายประเทศลดทอนลงมาแล้ว การประหารชีวิต ก็ถอยห่างลงมาเยอะ การกันคนหนึ่งออกจากสังคมเลยก็ต้องเป็นคนที่เกินเยียวยาแล้วจริงๆ จริงๆ วัตถุประสงค์การลงโทษที่แท้จริงคือ ทำอย่างไรให้เขากลับมาเป็นคนปกติของสังคมให้ได้ ไม่สร้างปัญหาให้สังคมได้ เป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ เพราะฉะนั้นอย่าให้เขาหายไป เสียไป แก้ไขเขาให้ได้
“ทั้งนี้ ไม่ได้แปลว่า เด็กไม่ได้รับการลงโทษเลย จะต้องลงโทษ แต่วิธีการลงโทษของศาลท่านอาจไม่ได้ลงโทษเหมือนผู้ใหญ่ อาจไม่ต้องคุมขัง แต่ลงโทษ ร่วมกับผู้ปกครอง ผู้ปกครองต้องมารับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยนอกเหนือจากทางแพ่ง ต้องไปบำบัดร่วมกัน หรือมีการชดใช้ร่วมกัน หรือคุมประพฤติ ไม่ได้แปลว่าเด็กคนนี้ไม่ได้ลงโทษอะไร ไม่ต้องกังวล ผมมองว่ากระบวนการยุติธรรมไทยทำดีแล้ว ประเทศเราก้าวหน้าแล้ว ไม่น่ากังวล ในเรือนจำน่ากังวลกว่า ถ้าส่งเข้าเรือนจำ ผู้คุมไม่พอ น่ากังวล พอ ทุกวันนี้เขาได้รับโทษทางสังคมแล้วด้วย ไม่ต้องรอกระบวนการยุติธรรม วันนี้เขาก็เจ็บช้ำแล้วหล่ะ เขาต้องพยายามแก้ไขอะไรเยอะแยะแล้วหล่ะ” รศ.ร.ต.อ.ดร.จอมเดช กล่าว