สคล.ปลื้มถอดบทเรียนได้ผล ทำ อช. เป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติ แทนจุดกินเหล้า
17 ก.ย. 2566

สคล.ปลื้มถอดบทเรียนได้ผล ทำ อช. เป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติ แทนจุดกินเหล้า ลดปัญหา ลดความเสี่ยง เดินหน้ามาตรการอุทยานแห่งชาติปลอดสุรา ต่อไป
ข่าว
17 ก.ย. 2566

สคล.ปลื้มถอดบทเรียนได้ผล ทำ อช. เป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติ แทนจุดกินเหล้า ลดปัญหา ลดความเสี่ยง เดินหน้ามาตรการอุทยานแห่งชาติปลอดสุรา ต่อไป
17 กันยายน 2566 เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สนับสนุนโดย สสส. ร่วมจัดเวทีประชุมถอดบทเรียน “ไม่ขาย ไม่ดื่มในเขตอุทยานฯ และพื้นที่สาธารณะ” ตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปี 2564 ภายใต้ พ.ร.บ.อุทยานฯ ปี 2562 และ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 โดย แลกเปลี่ยนวิธีการ ปัญหาอุปสรรค ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ จำนวน 7 พื้นที่ มี นายชัยยา ห้วยหงส์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวเปิดงาน และต้อนรับผู้เข้าร่วมในครั้งนี้
นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เปิดเผยว่า พื้นที่อุทยานฯ แห่งชาติ ที่ผ่านมา เป็นสถานที่ดื่มแอลกอฮอล์ มากกว่าจะเป็นสถานที่มาศึกษา และสัมผัสธรรมชาติ ประชาชนร้องเรียน เรื่องการส่งเสียงดัง และกังวลเรื่องความปลอดภัย
โดยเครือข่ายงดเหล้า ได้สนับสนุนสื่อรณรงค์ต่าง ๆ และสนับสนุนนโยบายเขตพื้นที่ ปลอดเหล้าบุหรี่ มาต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นปี ได้เข้าพบ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อปรึกษาหารือ และเกิดกิจกรรมถอดบทเรียนครั้งนี้ขึ้น
น.ส.รัชนี โชคเจริญ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา กล่าวว่า อุทยานฯ เขาใหญ่ ไม่ไกลกรุงเทพและเมืองใหญ่ ๆ การเดินทางสะดวก โดยการท่องเที่ยวมีได้ทุกสัปดาห์ และจะมีจำนวนมาก ในเทศกาลวันหยุดยาว รูปแบบกางเต็นท์ พักแรมในช่วงกลางคืน
ซึ่งที่ผ่านมา ปัญหานักท่องเที่ยว ทำร้ายร่างกาย จากการดื่มในปี 2553 เป็นข่าวใหญ่และเกิดขึ้นที่นี่ ทำให้ทางกระทรวงทรัพยกรฯ ได้กำหนดมาตรการเข้มงวดขึ้น โดยกรณีที่เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทางอุทยานฯ จะมีมาตรการ ทั้งการประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย รวมไปมีเจ้าหน้าที่ตักเตือน การรับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยว
หากกลุ่มนักท่องเที่ยวใดไม่เชื่อฟัง มาตรการสุดท้ายคือเชิญลงเขา ซึ่งปัจจุบัน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ รับทราบมาตรการนี้แล้ว ยังมีส่วนน้อยที่คิดว่า เจ้าหน้าที่อาจจะไม่เอาจริง
ในขณะที่ น.ส.ฉัตรวรุฬ อ่างแก้ว นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาดโตน จ.ชัยภูมิ เล่าว่า อุทยานแห่งชาติตาดโตน จุดไฮไลต์คือ น้ำตกตาดโตน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เป็นคนในพื้นที่ โดยเป็นการพักผ่อนคลายร้อนเล่นน้ำ จำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุด ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ที่ผ่านมา มีสถิติสูงสุด 5 วันกว่า 5หมื่นคน
ทางอุทยานฯ เล็งเห็นผลกระทบ ในพื้นที่เล่นน้ำ หากมีการดื่มแอลกอฮอล์ มีความเสี่ยงจมน้ำ และเศษแก้วจากขวดเหล้าเบียร์ จึงมีมาตรการเข้มงวด ตรวจเตือนตั้งแต่ผ่านด่านนอก ด่านใน และบริเวณจุดจอดรถ และทางเดินไปสู่ลานน้ำตก รวมทั้ง มีการจัดชุดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ และตักเตือน โดยมาตรการสูงสุด หลังจากตักเตือนแล้ว คือการขอเก็บเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และขอทำลายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ซึ่งที่ผ่านมา ได้เคยใช้มาตรการสูงสุดนี้แล้ว โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างดี เพราะเข้าใจถึงการสร้างความปลอดภัย ให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน โดยเฉพาะการที่พื้นที่อุทยานฯ ไม่ได้สร้างคนเมาออกสู่ถนนในช่วงสงกรานต์ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการลดปัญหาสังคมโดยรวมด้วย
ส่วน นายประเสริฐ เมคิน พนักงานราชการ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เล่าว่า อุทยานฯ มีการแจ้งประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่จุดเตรียมสัมภาระ และการห้ามจำหน่าย ในร้านค้าบนภู
ตั้งแต่มีประกาศนี้ พื้นที่เป็นระเบียบมากขึ้น ช่วยลดผลกระทบ สามารถช่วยสร้างความปลอดภัย และส่งผลดีต่ออุทยานแห่งชาติทุกแห่ง เช่น ลดปัญหาการเมาและวิวาท ส่งเสียงดัง ลดขยะ ลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ ลดความขัดแย้งระหว่างนักท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่อีกด้วย
ที่สำคัญ คือ การได้รับคำชมจากนักท่องเที่ยวว่า ได้ดูแลอย่างดี รู้สึกปลอดภัย ส่วนเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ยอมรับว่า ตั้งแต่มีมาตรการควบคุม การดื่มการขายแอลกอฮอล์ ทำให้ทำงานง่ายขึ้น ถึงเวลา 4 ทุ่ม ก็เงียบสงบ เป็นการมาพักผ่อน กับธรรมชาติอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ในภาพรวม ผู้เข้าร่วมถอดบทเรียน สนับสนุนมาตรการนี้ต่อไป และวิธีปฏิบัติขึ้นอยู่กับบริบทสถานที่ รูปแบบการท่องเที่ยว ไม่มีวิธีการที่ดีที่สุด แต่มีมาตรการที่เหมาะสมตามแต่พื้นที่นั้น ๆ โดยเห็นว่ามีประโยชน์ระดับ 8-10 คะแนน แม้ว่าจะไม่ได้ผล 100%
แต่ได้นักท่องเที่ยว ที่ต้องการเสพธรรมชาติ อย่างแท้จริงมากขึ้น ลดนักท่องเที่ยว ที่เน้นเปลี่ยนที่กินเหล้าชัดเจน โดยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ได้แก่ การเพิ่มประชาสัมพันธ์จากส่วนกลาง การเพิ่มมิติสื่อสารการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กาย ใจ สังคม จิตวิญญาณ เป็นต้น
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่อุทยานในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมระดมพลังแนวทาง จำนวน 30 ท่าน ได้แก่ 1.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 2.อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี 3.อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ 4.อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จ.ขอนแก่น 5.อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย 6.อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี 7.จากอุทยานแห่งชาติตาดโตน จ.ชัยภูมิ
ข่าวล่าสุด