เนชั่นทีวี

ข่าว

"ผอ.สคล." ถามนักวิชาการ ปมผลวิจัย Gen Z หนุน เสรีผลิตน้ำเมา กระทบคนทั้งประเทศ

21 ธ.ค. 2565 | sirisak_rue

"ผอ.สคล." ถามนักวิชาการ ปมผลวิจัย Gen Z หนุน เสรีผลิตน้ำเมา กระทบคนทั้งประเทศ

"ผอ.สคล." ถามกลับนักวิชาการ โพสต์ผลวิจัย Gen Z หนุน เสรีผลิต-โฆษณาน้ำเมา สร้างผลกระทบคนทั้งประเทศ ไร้คำถามผลกระทบ ชี้ควรสำรวจทุกกลุ่มอายุ และไม่คัดค้านสิทธิเสรีภาพ แต่ต้องไม่กระทบเสรีภาพคนอื่น ซัดหนุนเสรี ให้โฆษณาสุดท้ายเอื้อนายทุนรายใหญ่กินรวบ

จากกรณีมีการนำเสนอข่าวงานวิจัยส่วนบุคคลของอาจารย์ท่านหนึ่งที่สอบถามจากคน Gen Z ที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง 412 คน เกี่ยวกับทัศนคติทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง โดยใช้ ข้อคำถามว่า “ท่านคิดว่า ควรให้ประชาชนสามารถผลิตเหล้าเบียร์และขายได้อย่างเสรี รวมทั้งโฆษณาสินค้าได้ ภายใต้การกำกับควบคุมด้านคุณภาพและสุขอนามัย หรือไม่”

ซึ่งสรุปออกมาว่า ส่วนใหญ่ 53.2 % เห็นว่าควรเปิดเสรีให้ประชาชน ผลิต ขาย โฆษณา ภายใต้การกำกับควบคุมด้านคุณภาพและสุขอนามัย เพราะจะทำให้ประชาชนมีอาชีพมีรายได้เพิ่ม, สร้างรายได้ให้กับประเทศ, ประเทศได้ภาษี ลดการผูกขาดนายทุนใหญ่

21 ธันวาคม 2565 เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เปิดเผยว่า อยากตั้งคำถามกับผลวิจัยนี้ ตั้งแต่วิธีการสำรวจทำไมถึงเลือก ถามเฉพาะกลุ่ม Gen Z ซึ่งอาจจะบอกว่าไม่ได้เป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศก็ได้ แต่เรื่องที่ถามนั้นไปเกี่ยวโยงกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนทั้งประเทศ ทำไมไม่ถามคนรุ่นอื่น ๆ ที่เป็นสมาชิกของสังคมไทยเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม จากผลการวิจัยส่วนตัวที่ออกมานี้มีการสรุปว่าคน Gen Z ส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีเสรีในการผลิต โฆษณา และขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ตอนนี้คนในสังคมมีทัศนคติ และมีการเลือกฝ่ายทางการเมือง และบางครั้งฝ่ายการเมืองก็มีการชักจูง หรือให้ความเห็นไปในทางนั้นมาก

ซึ่งตนไม่ได้ปฏิเสธเรื่องเสรีภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคน ทุก Gen ต้องการอยู่แล้ว แต่เสรีภาพนั้น หากใช้เกินจนไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพของคนอื่นไม่ได้ เมื่อเคารพเสรีภาพของตัวเองแล้ว ก็ต้องเคารพเสรีภาพของคนอื่นด้วย

นอกจากนี้ เวลาคนเมาขาดสติแล้วก็จะไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพของคนอื่น ตั้งแต่ เมาแล้วขับ การทำร้ายผู้อื่น ก่ออาชญากรรม ข่มขืน ซึ่งเคยมีงานวิจัยว่าพบว่าคนไทยประมาณ 70% เคยได้รับผลกระทบจากคนดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ระดับน้อย เช่น ดื่ม เมา สร้างความรำคาญในพื้นที่ท่องเที่ยว หรือในอุทยานแห่งชาติ รบกวนคนเที่ยวธรรมชาติ จนอุทยานต้องออกกฎห้ามดื่ม ดังนั้นเราสนับสนุนเรื่องการใช้สิทธิเสรีภาพ แต่ต้องไม่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยของมูลนิธิเพื่อนหญิง ที่พบว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า อีกทั้งมีผลวิจัยของอังกฤษยังระบุด้วยว่า สิ่งเสพติดที่สร้างผลกระทบต่อผู้อื่นมากที่สุด ยิ่งกว่าสิ่งเสพติดทุกชนิด คือ แอลกอฮอล์ 

แต่ผลกระทบต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มีการสอบถามในโพลดังกล่าวเลย ที่ไม่ควรลืมคือ น้ำเมาก็ทำลายสิทธิการมีสุขภาพดีของผู้ดื่มด้วย ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า แอลกอฮอล์เป็นเหตุของ 200 โรค และงานวิจัยที่ดีที่สุดในปัจจุบันระบุว่า ไม่มีขนาดของแอลกอฮอล์ที่ปลอดภัย แสดงว่าแอลกอฮอล์ ส่งผลต่ออวัยวะทุกส่วน แม้ดื่มไม่มาก

เภสัชกรสงกรานต์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่ระบุว่า เป็นการส่งเสริมสุราพื้นบ้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการผูกขาดของทุนใหญ่นั้น ด้วยการเสนอร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า เราเห็นด้วยว่าไม่ควรมีการผูกขาดกับคนไม่กี่ตระกูล แต่การที่บอกว่าควรเปิดเสรีให้ผลิต โฆษณา ขายอย่างเสรีนั้น ต้องกลับมาที่หลักการเดิมว่าสิทธิเสรีภาพของตัวเอง ต้องไม่กระทบเสรีภาพของผู้อื่น หรือส่วนรวมเสียหาย

แต่ปัจจุบันมีการขยายไปถึงขั้นที่มีข้อเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้สามารถโฆษณาได้อย่างเสรีนั้นตนไม่เห็นด้วย หากบอกว่ามาตรา 32 เรื่องการโฆษณาไม่ชัดเจน เสี่ยงทำให้เจ้าหน้าที่ใช้ในทางที่ผิดได้นั้น ก็ควรแก้ไขทำให้เข้มขึ้น เอาให้เหมือนการควบคุมยาสูบที่ห้ามโฆษณาเด็ดขาด ซึ่งยาสูบกระทบกับสุขภาพเป็นหลัก แต่แอลกอฮอล์ เป็นสิ่งเสพติดที่สร้างปัญหารอบด้าน ทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมฯ จึงไม่ควรโฆษณา การแก้กฎหมายต้องแก้ให้ดีขึ้นกับสังคมส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนส่วนน้อย

อย่างไรก็ตาม คนที่รณรงค์ว่าให้มีการโฆษณาได้อย่างเสรีนั้น ตนไม่รู้ว่าคนนั้นไม่รู้จริง ๆ ว่าอาจตกเป็นเครื่องมือของนายทุนใหญ่ ทั้ง ๆ ที่พูดว่าไม่อยากให้ทุนขนาดใหญ่เอาเปรียบโดยการผูกขาด แต่การเสนอให้แก้ไขกฎหมายให้โฆษณาได้เสรี จะยิ่งทำให้ทุนใหญ่ได้เปรียบ เพราะมีทุนมหาศาลในการสร้างสื่อโฆษณา และซื้อพื้นที่สื่อได้มากกว่า ยิ่งได้เปรียบรายเล็กแน่นอน ยิ่งจะสร้างความเหลื่อมล้ำ ธุรกิจขนาดใหญ่ได้ประโยชน์ แต่หากคุมโฆษณาได้เด็ดขาดจะทำให้เกิดความเท่าเทียม ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ทำการโฆษณาไม่ได้เหมือนกัน หรือรายเล็กอาจได้เปรียบกว่า เพราะการบอกต่อจากผู้บริโภคมากกว่า ที่สำคัญคือ สังคมส่วนรวมได้ประโยชน์ที่สามารถลดปัญหาได้

ข่าวล่าสุด