เนชั่นทีวี

ข่าว

ทส.สั่งเลื่อน เวทีรับฟังความเห็น กำหนดเขตพื้นที่ "อช.ถ้ำผาไท" ไม่มีกำหนด

06 ก.ย. 2566 | titayu_pur

ทส.สั่งเลื่อน เวทีรับฟังความเห็น กำหนดเขตพื้นที่ "อช.ถ้ำผาไท" ไม่มีกำหนด

ทส.สั่งเลื่อน เวทีรับฟังความเห็น กำหนดเขตพื้นที่ "อช.ถ้ำผาไท" ออกไปไม่มีกำหนด หัวหน้า อช. อ้างข้อกังวลของพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านข้องใจ ไม่เรียบร้อย แต่ทำไมเร่งรีบเปิดเวทีรับฟัง เชื่อ "ลักไก่" แต่ถูกจับได้

6 กันยายน 2566 ความคืบหน้ากรณี ดรามา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เตรียมประกาศจัดตั้ง อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) จ.ลำปาง มีพื้นที่ประมาณ 448,933.43 ไร่ ครอบคลุม 5 อำเภอ 13 ตำบล ของ จ.ลำปาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

โดยเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น จากประชาชน และชุมชนในพื้นที่  ตั้งแต่วันที่ 5 - 9 ก.ย. นี้ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า เหตุผลการจัดตั้ง อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ทำให้พวกตนถูกสังคมมองว่า เป็นพวกตัดไม้ทำลายป่า ทั้งที่อยู่กับผืนป่ามานานกว่าร้อยปี ตามที่นำเสนอไปนั้น
ทส.สั่งเลื่อน เวทีรับฟังความเห็น กำหนดเขตพื้นที่ "อช.ถ้ำผาไท" ไม่มีกำหนด

 

ล่าสุด มีรายงานว่า ทาง อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ได้มีหนังสือถึงชาวบ้าน ขอเลื่อนการจัดเวทีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในการกำหนดพื้นที่ อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) ออกไป และยังไม่มีกำหนดการว่า จะจัดขึ้นอีกทีเมื่อไร 

นายสมชาติ รักษ์สองพลู ผู้ใหญ่บ้าน บ้านกลาง ม.5 ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ชาวบ้านที่ได้รับผล กระทบ จากการประกาศเขต อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท กล่าวว่า สาเหตุที่มีการเลื่อนเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ออกไป ทางอุทยานฯ ให้เหตุผลว่า ข้อมูลยังไม่ชัดเจน มีปัญหาพื้นที่ และการประสานงาน ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ยังไม่เสร็จเรียบร้อย
 

“เมื่อยังไม่เสร็จ แล้วทำไมอุทยานฯ ถึงจะมาจัดเวที นี่เป็นข้อคำถามของชาวบ้าน ถ้าชาวบ้านไม่ออกมาคัดค้าน อุทยานก็คงจะลักไก่ ประกาศเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) ไม่ให้ชาวบ้านรับรู้ ข้อปัญหาของอุทยาน คือที่ผ่านมาอ้างว่า ได้ทำการสำรวจแล้ว สมควรประกาศเป็นเขตอุทยาน แต่ในเวทีเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา อุทยานไม่สามารถตอบคำถามชาวบ้านได้เลย” 


ทส.สั่งเลื่อน เวทีรับฟังความเห็น กำหนดเขตพื้นที่ "อช.ถ้ำผาไท" ไม่มีกำหนด  

ผู้ใหญ่บ้านบ้านกลาง ม.5 ต.บ้านดง กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ชาวบ้าน จะทำเรื่องเสนอให้อุทยานฯ ทำความเข้าใจกับประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่า รวมถึงมีการจัดทำแผนที่ เขตป่าสงวนแห่งชาติใหม่
 

“ผมคิดว่าทางอุทยานต้องจัดเวทีทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนที่ กันพื้นที่ทำกินของชาวบ้านออกจากเขตประกาศอุทยาน กันแนวเขตให้ชัดเจนแล้วพอใจกันทั้ง 2 ฝ่าย เอาแผนที่มาคุย กระบวนการนี้ชาวบ้านต้องมีส่วนร่วม” 

ทส.สั่งเลื่อน เวทีรับฟังความเห็น กำหนดเขตพื้นที่ "อช.ถ้ำผาไท" ไม่มีกำหนด  

ด้าน นายธนากร สิงห์เชื้อ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) กล่าวถึงการเลื่อนเวทีรับฟังความคิดเห็น ของชาวบ้านทั้ง 5 อำเภอออกไปว่า มีข้อกังวลของทางพื้นที่ ที่ยังเป็นห่วงในเรื่องของการประกาศอุทยาน จึงต้องเลื่อนออกไป เพื่อลงพื้นที่ทำความเข้าใจอีกครั้ง โดยยังไม่มีกำหนดว่า จะจัดอีกครั้งเมื่อไหร่ 
 

“ข้อมูลเราพร้อม เพียงแต่ว่าเรารับฟังแล้วมีข้อกังวล ข้อห่วงใยซึ่งจะต้องชี้แจง และทำความเข้าใจกันในเบื้องต้นอีกครั้ง”
 

ผู้สื่อข่าวถามถึง ความกังวลของชาวบ้าน กรณีแผนที่การประกาศเขตอุทยาน จะทับซ้อนกับที่ดินทำกิน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) ยืนยันว่า ได้กันพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ออกไปแล้วทั้งหมด โดยแผนที่ ได้เกิดจากการที่เราลงพื้นที่ ร่วมกับชุมชน กำหนดแนวเขตเดินแนวเขตร่วมกัน ไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะว่าโดยข้อกฎหมายแล้ว อุทยานแห่งชาติที่จะประกาศใหม่ ต้องไม่มีพื้นที่ทำกินของชาวบ้านอยู่ข้างใน ซึ่งทางชาวบ้านก็รับทราบ และเข้าใจ ได้เดินแนวเขตร่วมกันมาแล้ว
ทส.สั่งเลื่อน เวทีรับฟังความเห็น กำหนดเขตพื้นที่ "อช.ถ้ำผาไท" ไม่มีกำหนด  

ขณะที่ เฟซบุ๊กของมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ ได้เผยแพร่คำสัมภาษณ์ ประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ระบุว่า ได้มีการรายงานข้อสังเกต จากเวทีการรับฟังความเห็นเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ณ ที่ว่าการอำเภองาว จ.ลำปาง ไปยัง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปลัดฯ ได้สั่งการไปยัง กรมอุทยานฯ ให้เลื่อนเวทีทั้งหมดออกไป ก่อนนัดผู้เกี่ยวข้อง เข้าหารือที่กระทรวงฯ หลังจากนี้

โดยระบุว่า ในเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อประกาศ อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ได้มีผู้แทนจากพีมูฟ (ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม) ร่วมสังเกตการณ์ และตั้งข้อสังเกต ถึงความไม่ชอบธรรมในเวที 6 ประเด็น ดังนี้

1. วัตถุประสงค์ตามเอกสาร ประกอบการรับฟังความคิดเห็น มีลักษณะกล่าวโทษชาวบ้าน เช่น อ้างว่า มีการลอบตัดไม้หวงห้าม ขบวนการค้าไม้ส่งออกต่างประเทศ การบุกรุกที่ดิน การเผาป่า ไฟลุกลามจากการทำการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ เป็นต้น ซึ่งเป็นการมองชุมชนด้วยอคติ 

2. การประสานงานไม่ทั่วถึง ไม่มีการทำหนังสือเชิญชาวบ้าน ที่อยู่ในพื้นที่เตรียมการประกาศ มาเข้าร่วม  ขัดกับหลักความโปร่งใสและเป็นธรรม

3. การเตรียมความพร้อมของเวที ไม่มีการรับรอง และอำนวยความสะดวกให้ชาวบ้าน เช่น เก้าอี้ น้ำดื่ม 

4. ในบางชุมชน มีการเข้าไปดำเนินการปักหลักเขตในพื้นที่ โดยไม่ประสานงานชุมชน ซึ่งเมื่อสอบถามในเวที เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า ยังเป็นแนวเขตเก่าตามกฎหมายฉบับเก่า (พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504) และต้องมีการปรับปรุงภายหลัง ทำให้ชุมชนไม่อาจยอมรับได้ เพราะหมายความว่าแนวเขตใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ ก่อนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น

5. ชาวบ้านขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ แสดงแผนที่การเตรียมการประกาศเป็นรายชุมชน เพื่อตรวจสอบว่าแนวเขตทั้งหมด เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถชี้แจง แนวเขตของชุมชนได้ เช่น ชุมชนขอให้จัดพิมพ์แผนที่ส่งให้ชุมชนตรวจสอบ แต่เจ้าหน้าที่กลับตอบว่าแผนที่ยังต้องไปทำต่อ 

6. พื้นที่จะเป็นอุทยานแห่งชาติ ที่ประกาศหลังพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ หมายความว่า จะไม่สามารถเข้าสู่มาตรา 64 และมาตรา 65 ได้ แต่เจ้าหน้าที่กลับชี้แจงว่า หลังจากนี้จะมีการจัดทำโครงการร่วมกัน เรียกว่า มาตรา 64 - 65 เฟส 2 ซึ่งชุมชนไม่อาจไว้วางใจ และยอมรับได้ 

 

ข่าวล่าสุด