2.คราวนี้ความลำบากก็จะอยู่ที่ห้องฉุกเฉินแน่นอนครับ เพราะแค่วันธรรมดานอกเวลาราชการ ก็จะมีคนไข้ที่ไม่ฉุกเฉิน แต่มาฉุกเฉินมากพออยู่แล้ว คราวนี้มันก็จะมีคนไข้ที่ยาหมดที่วันนัดวันนั้นพอดี คนไข้ที่นัดไว้วันนั้น แต่ติดต่อเลื่อนนัดไม่ได้ และก็มาโรงพยาบาลวันนั้นแล้ว เขาก็ต้องหาทางเพื่อจะได้รับการรักษา และห้องฉุกเฉินก็คือช่องทางนั้นครับ
เว้นเสียแต่โรงพยาบาลสร้างช่องทางเพิ่ม เพื่อ "วิกฤต" ในครั้งนี้ ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่อีกเช่นกัน เพราะเจ้าหน้าที่ก็คนหนึ่งคนเหมือนกัน เขาก็วางแผนชีวิตของเขาไว้เช่นกัน
3. ตอนนี้ผมเชื่อว่าคนที่หัวหมุนมากที่สุด คือคนที่โทรประสานงานเพื่อเลื่อนนัดคนไข้ครับ มันไม่ใช่คนไข้จำนวนน้อย ๆ นะครับ มันเป็นคนไข้นัดหลายร้อยคนในหนึ่งโรงพยาบาล และโรงพยาบาลในประเทศไทยก็มีเป็นพันโรงพยาบาล มันส่งผลกระทบมากมายอย่างไม่น่าเชื่อเลยละครับ
4. คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคนไข้ครับ คนไข้ที่ต้องถูกเลื่อนผ่าตัด ก็ต้องได้รับการรักษาที่ช้ากว่าเดิน คนไข้ที่อยู่ในบ้านอยู่ในชนบทห่างไกลเมือง บางครั้งก็ติดต่อเขาไม่ได้ และเขาก็ต้องเหมารถมาเป็นเงินหลายพันบาท เพื่อมาพบว่า... เขาไม่สามารถได้รับการตรวจกับหมอ เพราะวันนั้นเป็นวันหยุด
คนไข้กลุ่มนี้มีอยู่จริงนะครับ แม้คุณจะบอกว่าเทคโนโลยีการสื่อสาร และข่าวคราวตามสื่อก็ออกข่าวเรื่องนี้มากมาย แต่เขาก็ไม่รู้เรื่องนี้ครับ และก็จะมาโรงพยาบาลตามนัดหมายอยู่ดี อย่าคิดแต่จะสั่งให้หยุดก็หยุดครับ มันมีราคาที่ต้องจ่ายอีกมากมายครับ อาจจะมากมายกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของคุณอีก คิดได้ไง!