นายสามารถ มองว่า การรายงานข้อเสนอแนะจากดีเอสไอ ในการประชุมวันนั้น แสดงให้เห็นว่า ดีเอสไอ ไม่เข้าใจตัวบทกฎหมาย พรก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เพราะหากเป็นการหลอกลวงกฎหมายจะคุ้มครองเหยื่อทันที แต่หากผู้เสียหายรายใดรู้อยู่แล้วว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ กฎหมายไม่ให้ความคุ้มครอง ฉนั้นดีเอสไอต้องทำหน้าที่อย่างชัดเจนพร้อมขยายผล เพราะหากย้อนกลับไปดูคดีฉ้อโกงอย่าง ฟอร์เร็กซ์ 3 ดี หรือแม้แต่คดีตะเกี่ยงน้ำมันหอมระเหย ได้ผู้ต้องหาแค่ไม่กี่คน ทำให้ ไม่สามารถตัดวงจรฉ้อโกงเหล่านี้ออกจากระบบได้
“ท่านมาเสนอแบบนี้ ให้รองวิษณุ แสดงว่า ดีเอสไอไม่เข้าใจกฎหมาย พรก. ยืมเงินเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน มีบทบัญญัติ ชัดเจนอยู่แล้วว่า ใครชักชวนก็ผิด ถ้าท่านทำคดีอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา มันจะตัดวงจรเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาแชร์ล้ม ออกมาแจ้งความ ก็จับเฉพาะแกนนำ หัวแถวแรกเท่านั้น ไม่เคยขยายผลไปแถว2 แถว 3 เลย ...วันนี้เค้าประกันตัว เดินเล่นอยู่ ไปตั้งวงใหม่หลอกคน ตั้งแชร์วงที่ 2 มาสู้คดีวงแรก 1 พอถูกจับแชร์วงที่2 เอาวง3 มาสู้คดีวง2 แล้วจะหมดได้อย่างไร ....”