เนชั่นทีวี

ข่าว

“สามารถ”สอนมวย“ดีเอสไอ” ไม่รู้กฎหมายฉ้อโกง - ผลงานจับได้แค่แถวบน

17 มิ.ย. 2566 | thanita_boo

“สามารถ”สอนมวย“ดีเอสไอ” ไม่รู้กฎหมายฉ้อโกง - ผลงานจับได้แค่แถวบน

“สามารถ”สอนมวย“ดีเอสไอ” ไม่รู้กฎหมายฉ้อโกง - ผลงานจับได้แค่แถวบน ย้ำถ้ารัฐบาลหน้าได้เป็นเจ้ากระทรวงตราชั่งจะทำให้ดู ทุกวันนี้ประชาชนถูกโกง ไม่มีคนดูแล หลอกซ้ำซากยิ่งกว่าผี

17 มิถุนายน 2566 นายสามารถ  เจนชัยจิตรวนิช  อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม   กล่าวถึงการประชุมแก้ปัญหาการฉ้อโกงประชาชน คดีแชร์ลูกโซ่  เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา  มีนายวิษณุ   เครืองาม  รองนายกรัฐมนตรี   เป็นประธานการประชุม    ซึ่งการประชุมวันนั้นมีการรายงานผลการวิจัยของกองคดีธุรกิจนอกระบบ โดยดีเอสไอ ที่ได้ทำวิจัยเกี่ยวคดีแชร์ลูกโซ่พบว่า มีกลุ่มนักลงทุนสูงถึงร้อยละ 85  ที่รู้ว่าเป็น แชร์ลูกโซ่  แต่คาดหวังผลตอบแทนที่สูง และจะถอนการลงทุนก่อนแชร์ล้มได้ทัน    ซึ่งพฤติการณ์ จากการทำวิจัยนี้   ดีเอสไอ เตรียมจะส่งเป็นข้อมูลให้หน่วยงาน ปปง.ใช้ในการคุ้มครองสิทธ์ และยึดทรัพย์ เพื่อนำมาเฉลี่ยแก่ผู้เสียหายที่แท้จริง 

นายสามารถ   มองว่า การรายงานข้อเสนอแนะจากดีเอสไอ ในการประชุมวันนั้น   แสดงให้เห็นว่า  ดีเอสไอ  ไม่เข้าใจตัวบทกฎหมาย พรก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน   เพราะหากเป็นการหลอกลวงกฎหมายจะคุ้มครองเหยื่อทันที    แต่หากผู้เสียหายรายใดรู้อยู่แล้วว่าเป็นแชร์ลูกโซ่  กฎหมายไม่ให้ความคุ้มครอง    ฉนั้นดีเอสไอต้องทำหน้าที่อย่างชัดเจนพร้อมขยายผล    เพราะหากย้อนกลับไปดูคดีฉ้อโกงอย่าง  ฟอร์เร็กซ์ 3 ดี   หรือแม้แต่คดีตะเกี่ยงน้ำมันหอมระเหย  ได้ผู้ต้องหาแค่ไม่กี่คน   ทำให้ ไม่สามารถตัดวงจรฉ้อโกงเหล่านี้ออกจากระบบได้

 

 

“ท่านมาเสนอแบบนี้  ให้รองวิษณุ   แสดงว่า  ดีเอสไอไม่เข้าใจกฎหมาย   พรก. ยืมเงินเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน   มีบทบัญญัติ ชัดเจนอยู่แล้วว่า ใครชักชวนก็ผิด    ถ้าท่านทำคดีอย่างชัดเจน  ตรงไปตรงมา  มันจะตัดวงจรเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว   แต่ที่ผ่านมาแชร์ล้ม   ออกมาแจ้งความ  ก็จับเฉพาะแกนนำ หัวแถวแรกเท่านั้น ไม่เคยขยายผลไปแถว2  แถว 3 เลย    ...วันนี้เค้าประกันตัว เดินเล่นอยู่  ไปตั้งวงใหม่หลอกคน   ตั้งแชร์วงที่ 2 มาสู้คดีวงแรก 1  พอถูกจับแชร์วงที่2  เอาวง3 มาสู้คดีวง2 แล้วจะหมดได้อย่างไร ....” 

นายสามารถ  ย้ำด้วยว่า  ข้อมูลจาก ดีเอสไอ  ก็ระบุชัดเจนว่า ตั้งแต่ปี  2547-2566   มีการรับคดีพิเศษมากกว่า 138 คดี  เฉพาะคดีที่เกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่  มูลค่ากว่า 5 หมื่น 2 พันล้านแล้ว  เงินจำนวนนี้คือเงินพ่อแม่พี่น้องคนไทยที่ถูกโกงไป ทั้งที่สำคัญการทำความผิดลักษณะนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น  ซับซ้อนมากขึ้น  ความเสียหายก็วงกว้างมากยิ่งขึ้น    และมีบุคลากรหลากหลายอาชีพเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำผิด    ดังนั้น คดีฉ้อโกงในลักษณะแชร์ลูกโซ่  จึงจำเป็นอย่างยิ่ง  ที่จะต้องมีสำนักงานรับผิดชอบดคีแบบนี้โดยตรง   เพื่อขยายผลคนกระทำความผิดมาลงโทษ และตัดวงจรได้ทั้งหมด รัฐบาลหน้าถ้าให้ ผมเป็นรัฐมนตรีจะทำให้ดู ภายใน1ปี แก้ไม่ได้ลาออก ไม่ต้องปรับ ครม 

ข่าวล่าสุด