สำนักข่าวท้องถิ่นเล่าว่า มีประชาชนและผู้สัมผัสใกล้ชิดนักวิจัยเกือบ 200 คน ถูกสั่งกักตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการที่โรงพยาบาลเมืองเชเลคอฟอย่างใกล้ชิด ขณะที่ เกนนาดี โอนิสเชนโก อดีตหัวหน้า Rospotrebnadzor ระบุว่า เชื้อดังกล่าวอาจไม่ใช่กาฬโรค และสภาพอากาศที่เริ่มหนาวเย็นในไซบีเรียจะช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อได้
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) เปิดเผยกับ CNN ว่า สหรัฐฯ กำลังเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การเสียชีวิตของนักวิจัยรัสเซียในสิเบอร์เรียอย่างใกล้ชิด โดยเรียกร้องให้ทางการรัสเซียเร่งแบ่งปันข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส เนื่องจากหากได้รับการยืนยันว่าเป็น "กาฬโรคปอด" (Pneumonic Plague) จะถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง เพราะเป็นชนิดที่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านทางระบบทางเดินหายใจและละอองฝอยได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า แม้กาฬโรคจะมีอัตราการเสียชีวิตสูงหากไม่ได้รับการรักษา แต่หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะและการควบคุมการติดเชื้ออย่างถูกวิธี