หลังจากนั้น ผอ.และ น้องทั้งสอง ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูสภาพบ้านที่อยู่อาศัย โดยหลังแรกเป็นบ้านของ ด.ญ.กมลทิพย์ หรือน้องอ้อ สภาพบ้านไม่ต่างจากกระท่อมนา ภายในบ้านมีเตียงนอนของ แม่กับพ่อเลี้ยง ถัดมาเป็นเตียงนอนของน้อง กับพี่สาว และที่ที่นั่งผ้าใบเป็นที่นอนของอีกคน ซึ่งเป็นหลานที่มาอาศัยอยู่ด้วย
น้องอ้อ บอกว่า บ้านหลังนี้อาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน ตน และแม่ ไม่มีที่นา มีเพียงพื้นดินที่ปลูกบ้านอยู่อาศัยประมาณ 100 ตร.วา เท่านั้น ส่วนแม่กับพ่อเลี้ยงก็ต้องออกหาจับปู จับปลาตามท้องนามาไว้เป็นอาหาร ขณะที่ ตน หลังกลับจากโรงเรียน ช่วงเวลา 16.00-18.00 น.ของทุกวัน ก็ไปรับจ้างกรอกน้ำใส่ถังที่โรงน้ำอยู่ใกล้บ้าน ได้ค่าแรงวันละ 200 บาท เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนหนังสือ
ด้วยสภาพที่อยู่อาศัยอัตคัด ตนจึงได้บริหารเวลาการทำการบ้านให้เสร็จอยู่ที่โรงเรียน เมื่อมาถึงบ้านก็ไปรับจ้างกรอกน้ำ และมาช่วยครอบครัวหุงหาอาหารก่อนเข้านอนต่อไป
"พ่อของตนเสียชีวิตตั้งแต่ตนเองยังเล็ก แม่ได้สามีใหม่มาอยู่ด้วย สภาพบ้านก็อย่างที่เห็น สิ่งที่จะช่วยจุนเจือครอบครัวได้ คือการประหยัดทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ไว้เป็นอาหาร ตนอยากเรียนสูงๆ เพื่อช่วยยกฐานะความเป็นอยู่ของคนในบ้าน อยากเรียนเป็นหมอเพื่อรักษาคนไข้" น้องอ้อ ระบุ
ขณะที่นายบุญมี น้าชายที่มีบ้านอยู่ใกล้ ๆบอกว่า อ้อ เป็นเด็กทีขยันเรียนมาก นิสัยดีมากชอบช่วยเหลืองานคนทั่วไป ไม่เคยขาดเรียน
ขณะที่ นายเสรี กล่าวเพิ่มเติมว่า อ้อ ได้รับรางวัลเหรียญทองระดับชาติ ในการแข่งขันพูด ภาษาจีน ในงานศิลปะหัตกรรมนักเรียน ครั้งที่ 70 ที่ผ่านมาด้วย