ศรีสุวรรณจึงจะนำความไปร้องถามผู้ว่าฯชัชชาติให้วินิจฉัยและดำเนินการในกรณีดังกล่าวตามหน้าที่และอำนาจ ในวันศุกร์ที่ 24 มี.ค.66 เวลา 10.00 น. ณ ศาลาว่าการ กทม.1 เสาชิงช้า เขตพระนคร
จาก
ศรีสุวรรณ จรรยา
ทั้งนี้เคยมี คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง กับ ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน เช่น
1. คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๗ฒ/๒๔๗๙ ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผู้ใดจะยกอายุความขึ้นเป็นข้อตัดฟ้องมิได้
2. คำพิพากษาฎีกาที่ 750/2479 การเข้าครอบครองที่ดินสาธารณประโยชน์ของแผ่นดิน ก่อนที่ทางการจะได้ประกาศและขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์นั้น หาทำให้ที่ดินสาธารณประโยชน์นั้นเปลี่ยน สภาพเป็นอื่นไปไม่ จะครอบครองอยู่นานเท่าใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์
3. คำพิพากษาฎีกาที่ 665/2482 เจ้าของที่ดินจดทะเบียนที่ดินของตนให้เป็นทางสาธารณะแล้ว ย่อมหมดกรรมสิทธิ์ แม้เจ้าหน้าที่จะออกโฉนดในนามของตน หรือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของภายหลังต่อมาก็ตามก็ไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์กลับคืนมา การอุทิศที่ดินให้เป็นทางสาธารณะ หรือทางหลวงนั้นไม่จำต้องโอนให้โฉนดกลับให้แก่แผ่นดิน เพียงการอุทิศโดยแจ้งชัด เช่นบอกความจำนงแก่ เจ้าหน้าที่หรือจดทะเบียนในหน้าโฉนดก็เป็นการเพียงพอ
4. คำพิพากษาฎีกาที่ 583/2483 การอุทิศที่ดินเป็นถนนสาธารณะนั้น ไม่ต้องมีการจดทะเบียน เจ้าของที่ดินได้อุทิศทางให้เป็นถนนสาธารณะโดยเจตนาอุทิศเช่นนั้นและได้ใช้กันมาถึง 8 ปี ย่อมเป็นผลสมบูรณ์ นับแต่วันเปิดให้ใช้ ไม่จำต้องรอให้มีการแก้ทะเบียนโฉนดโอนอีกตามมาตรา 1299