หากกรณีดังกล่าวเป็นการเสียชีวิตเนื่องจากการทำงาน จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้
- เงินค่าทำศพ จ่ายให้แก่ผู้จัดการศพ จำนวน 50,000 บาท
- เงินทดแทนกรณีเสียชีวิตจ่ายให้ทายาทผู้มีสิทธิ ในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน มีกำหนด 10 ปี
- เงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคม
ซึ่งจะได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและประสานทายาทผู้เสียชีวิตเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมต่อไป
ในส่วนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ขณะนี้พนักงานตรวจแรงงานอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพการจ้างงานว่านายจ้างปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เช่น นายจ้าง ได้จัดวันหยุดประจำสัปดาห์ให้กับลูกจ้างหรือไม่ ถ้านายจ้างให้ทำงานโดยไม่ได้กำหนดวันหยุดประจำสัปดาห์ ถือว่านายจ้างมีความผิด ในกรณีที่นายจ้างให้ทำงานล่วงเวลาต้องดูว่าได้รับความยินยอมจากลูกจ้างหรือไม่
กรณีที่นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างมีเพียงกรณีเดียวคือลักษณะของงานที่ต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉิน จึงจะสามารถสั่งให้ลูกจ้างทำได้
อย่างไรก็ตาม การที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด ทำงานล่วงเวลา และทำงานล่วงเวลาในวันหยุดต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายคุ้มครองแรงงานด้วยว่า สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมง หากพบว่านายจ้างฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมเข้าดูแลสิทธิประโยชน์อันมีเป้าหมายการให้บริการและสร้างหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิตแก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดเป็นสำคัญ
ย้อนไปอ่านที่มาที่ไปข่าวนี้อีกครั้ง!
เพื่อนเล่าถึง พนักงานทำงานจนตัวตายคาโต๊ะ ร่างกายต้องพัก ไม่เคยได้ลา ประเมินผลได้เกรด C
เพื่อนพนักงาน ให้ข้อมูลอีกด้าน
"คุณเบิร์ด" คนจัดผังรายการของสถานีข่าว TNN เสียชีวิตคาโต๊ะทำงาน ร่างกายล้ามากแต่ไม่เคยได้พัก พบโดนประเมินได้เกรด C ทั้งที่ทำงานคนเดียว พนักงานระดับล่างตะโกนเท่าไร ข้างบนก็ไม่ได้ยิน
จากกรณีสุดเศร้า ในการเสียชีวิตของ "คุณเบิร์ด" หรือ คุณศราวุฒิ ศรีสวัสดิ์ (เบิร์ด) เจ้าหน้าที่อาวุโส รับผิดชอบการจัดผังรายการของสถานีข่าว TNN ที่เสียชีวิตคาโต๊ะทำงาน ด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย ซึ่งทางบริษัทได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวของคุณเบิร์ดอย่างเต็มที่
ล่าสุด เฟซบุ๊ก Freya Phoenix FiveSix นักข่าวอิสระ ได้ออกมาเผยถึงสภาพการทำงานของคุณเบิร์ดว่า
ตนและคุณเบิร์ดรู้จักกันมา 10 ปี เห็นเขาทำงานหนักมาตลอด นั่งเฝ้าหน้าจอทำผัง ไม่มีใครมาช่วยแบ่งเบาการทำงาน มีโรคประจำตัวทั้งเบาหวาน ความดัน ต้องการการพักผ่อน แต่คุณเบิร์ดไม่เคยได้พัก แต่สิ่งที่ทำให้จุกอีกอย่างคือ จากการประเมินงาน คุณเบิร์ดได้แค่ C ทั้งที่ทำงานคนเดียว โดยที่ไม่ค่อยได้ลาพักร้อน ลาป่วย หรือลากิจ
คุณเบิร์ดทำงานหนัก เงินที่ได้ก็ไม่ได้ซื้อความสุขให้ตัวเอง พนักงานทุ่มเทขนาดนี้ องค์กรได้ผลประโยชน์ แต่พนักงานที่ตายคาโต๊ะทำงานได้อะไร พนักงานรักองค์กร แต่องค์กรเคยรักพวกคุณจริงไหม สุดท้าย การตายของเขาก็หาคนมาทำแทน
ในขณะที่ เฟซบุ๊ก Sakchai Jia ได้ให้ข้อคิดในเรื่องการเสียชีวิตของคุณเบิร์ดว่า
คุณเบิร์ดอายุ 44 ปี ทำงานด้านการบันทึกข้อมูลผังรายการโทรทัศน์แบบหามรุ่งหามค่ำ จนกระทั่งร่างกายชัตดาวน์อัตโนมัติ ซึ่งกรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า พนักงานท้ายแถวไร้อันดับ ตะโกนแค่ไหนก็ไปไม่ถึงผู้บริหารระดับสูงที่มีรางวัลมากมายเป็นที่เชิดหน้าชูตา เป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับภาพลักษณ์ ซึ่งพนักงานระดับล่างตัวเล็ก ๆ อย่างคุณเบิร์ด ต้องถูกทอดทิ้งให้เจอภาระกดทับซ้อนกันหลายชั้น ทนได้ก็ทน ทนไม่ไหวก็ออก หรือตายไปอย่างคุณเบิร์ด
"กรณีเยี่ยงนี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ควรต้องสั่งสแกนตรวจสอบการจ้างงาน เงื่อนไขการทำงานของพนักงานในกิจการภายใต้กำกับของ กสทช. ทั้งหมด
กระทรวงแรงงาน ก็เช่นกัน ต้องสั่งตรวจสอบการเงื่อนไขการจ้างงาน สวัสดิการพนักงาน สิทธิพนักงานอย่างละเอียด ทั้งนี้ เพื่อจะได้ไม่ต้องมีเหยื่ออย่างเบิร์ดเป็นรายต่อ ๆ ไป"
ประเด็นสนั่นโซเชียลเช่นนี้ สังคมได้รับทราบ สืบเนื่องมาจาก เพจดัง จอดับ ได้นำเสนอข่าวสาร ที่สะท้อนถึงปัญหาและถ่ายทอดมุมมองของแต่บุคคลในข่าว มีความน่าสนใจและชวนให้สังคม คนทำงาน มนุษย์เงินเดือนได้ฉุกคิด ทีมข่าวเนชั่นออนไลน์ ขออนุญาติหยิบยกประเด็นร้อนๆ มาฝากคอข่าวกันตรงนี้ อีกครั้ง
ขอขอบคุณ : เพจจอดับ
อีกบทเรียนที่น่าศึกษา หยิบยกมานำมาจาก ถือว่าเป็นบทความและข้อมูลที่น่าสนใจ โดยผู้เขียนใช้ชื่อว่า : icediry
'งานหนักไม่เคยฆ่าคน' จริงหรือ? เมื่อพนักงานเอเจนซี่ทำงานจนตายอีกรายแล้ว
...
หลายคนคงจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” แต่บางทีอาจจะไม่ใช่เสมอไปก็ได้นะคะ เพราะล่าสุดมีชาวฟิลิปปินส์พนักงานของ Ogilvy & Mather บริษัทเอเจนซี่โฆษณาระดับโลกเสียชีวิตจากการโหมงานหนักอีกรายแล้วค่ะ
พนักงานบริษัทเอเจนซี่โฆษณาทำงานหนักจนตาย
Mark David Dehesa ชาวฟิลิปปินส์เป็นพนักงานในแผนกพีอาร์ บริษัท Ogilvy กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์มาเกือบ 1 ปี เหตุเกิดมาจากการที่เขาต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อให้งานเสร็จทันพรีเซ้นต์งานในที่ประชุมของเช้าวันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
แต่ปรากฎว่าเขาโหมงานหนักแบบไม่ได้พักจนงานเสร็จตอนตี 4 แต่ว่ามีประชุมตอน 9 โมงเช้าและลากยาวยันเย็น จนเขารู้สึกปวดหัวจนไม่ไหว เลยวานเพื่อนช่วยพาไปโรงพยาบาลที จนวันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ เขาได้เสียชีวิตจากภาะวะแทรกซ้อนนำไปสู่โรคปอดบวม ทำให้หัวใจล้มเหลวในที่สุดค่ะ
ความบาลานซ์ของการทำงานในวงการเอเจนซี่โฆษณา
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ Jeff Stelton หนึ่งในพนักงานของบริษัทเอเจนซี่และอดีตเพื่อนร่วมงานของ Mark เขาได้โพสต์ความเห็นเกี่ยวกับวงการเอเจนซี่โฆษณาลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา ที่มองว่า ลูกค้ามักจะถามหาสิ่งที่ดี ต้องการงานที่ออกมาดี ขณะที่คนทำงานก็ต้องทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้ตามที่ต้องการ ทั้งต้องเสียสละเวลาส่วนตัวทั้งของตัวเอง คนรัก ครอบครัวรวมถึงเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสุขภาพด้วยค่ะ
นอกจากนี้เขายังเรียกร้อง ให้บรรดาบริษัทเอเจนซี่โฆษณาและลูกค้าเห็นถึงความสำคัญของคนทำงานอย่างมีเหตุผลและต้องหมั่นดูแลพนักงานด้วย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องสูญเสียใครไปอีก
เมื่อวงการเอเจนซี่โฆษณาไม่ได้มีรายเดียวที่ตาย
ในวงการเอเจนซี่โฆษณา ความบาลานซ์ของงานและชีวิตส่วนตัวถือเป็นข้อถกเถียงกันมาหลายปีมากค่ะ โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งการตายของ Mark ก็ไม่ใช่รายแรกด้วย
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี 2013 นายหลีหยวน วัย 24 ปี พนักงานของบริษัท Ogilvy & Mather สำนักงานที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ได้เสียชีวิตลงจากโรคหัวใจวายเฉียบพลัน ผลมาจากที่เขาโหมงานหนักจนถึงมืดค่ำ มักเลิกงานหลัง 5 ทุ่มเกือบทุกวันและทำอย่างนี้ติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน จนเขาล้มลงไปกองกับพื้นขณะที่ทำงานอยู่ในออฟฟิศ
ในปีเดียวกันยังมีชาวอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นพนักงาน copywriter วัย 24 ปีที่บริษัท Y & R โหมงานติดต่อกัน 30 ชม. จนร่างกายทรุดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ขณะที่ เดนท์สุ บริษัทเอเจนซี่โฆษณายักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ได้มีพนักงานสาวชาวญี่ปุ่น อิชิโร โอชิมะ วัย 24 ปี ตัดสินใจฆ่าตัวตายจากการที่เธอต้องทำงานหนักทุกวันแบบไร้วันหยุดติดต่อกัน 17 เดือน เฉลี่ยแล้วเธอได้นอนวันละ 2 ชั่วโมงเองค่ะ และต่อมาในปี 2016 ได้มีพนักงานสาวชาวญี่ปุ่นอีกราย มัตซูริ ทาคาฮาชิวัย 24 ปี ตัดสินใจฆ่าตัวตายอีกเช่นกัน จากความเครียดสะสมและปริมาณงานที่มาก ทำให้เธอต้องทำงานล่วงเวลาเดือนนึงถึง 100 ชั่วโมง บางวันกลับบ้านตี 5 และการตายของเธอทำให้ นายทาดาชิ อิชิอิ ประธานบริษัท เดนท์สุ ตัดสินใจลาออก และยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องการทำงานล่วงเวลาจริง
แน่นอนว่าการทุ่มเทกับการทำงานเพื่อให้ได้ผลงานของมาดีที่สุดถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่บางทีถ้าปริมาณงานไม่สัมพันธ์ต่อการใช้ชีวิต หรืออาจล่วงเกินเวลาส่วนตัวของชีวิตมากไป จนไม่สามารถจัดสรรเวลาได้ บางที “งานหนักไม่ฆ่าคน” อาจจะต้องแปรเปลี่ยนกลายเป็น “งานหนักที่ฆ่าคน” อย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น…
ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตด้วยค่ะ
ขอขอบคุณที่มา : Adweek