เนชั่นทีวี

ข่าว

ไม่ควรพลาด "หมอยง" เปิดรายงานเชิงลึก เทียบภูมิจากวัคซีน-การติดเชื้อ 

28 ธ.ค. 2565 | teerawat_pra

ไม่ควรพลาด "หมอยง" เปิดรายงานเชิงลึก เทียบภูมิจากวัคซีน-การติดเชื้อ 

"หมอยง" เปิดข้อมูลเทียบภูมิจากวัคซีน-การติดเชื้อ อ้างอิงจากผลศึกษาในอเมริกา วารสาร American Journal of Public Health, 2023;113:96-104 ทุกความน่าสนใจ เพื่อให้คุณก้าวทันโควิด-19 คอข่าวก้าวทันสถานการณ์โลกโควิดวันนี้  

อัปเดตรายงานสถานการณ์โควิด-19

ล่าสุด ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก "Yong Poovorawan" ในประเด็น "โควิด" เป็นที่ทราบกันดีว่าขณะนี้ 

โควิด-19 ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องไปทั่วโลก 

ไม่ควรพลาด "หมอยง" เปิดรายงานเชิงลึก เทียบภูมิจากวัคซีน-การติดเชื้อ 

เปิดชุดข้อมูลเทียบภูมิจากวัคซีน-การติดเชื้อ ผลเป็นยังไง อ่านเลยที่นี่มีคำตอบ จากผลศึกษาในอเมริกา วารสาร American Journal of Public Health, 2023;113:96-104

โควิด-19 ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องไปทั่วโลก ทั้งนี้ อาวุธที่สำคัญก็คือวัคซีนต้านโควิด ซึ่งช่วยสร้างคุ้มกันได้ 

นอกจากนี้ ยังพบว่าการติดเชื้อโควิดก็ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้เช่นเดียวกัน
ประเด็นคำถามร้อนๆ ในวันนี้ก็คือ...ภูมคุ้มกันที่ได้จากวิธีไหนดีกว่ากัน!!

ไม่ควรพลาด "หมอยง" เปิดรายงานเชิงลึก เทียบภูมิจากวัคซีน-การติดเชื้อ 

ไม่ควรพลาด "หมอยง" เปิดรายงานเชิงลึก เทียบภูมิจากวัคซีน-การติดเชื้อ 

ล่าสุด ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า 

โควิด-19 วัคซีน ภูมิต้านทานที่เกิดจากการฉีดวัคซีน เปรียบเทียบกับ การติดเชื้อ

เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งจากการศึกษา  

การติดเชื้อมีโอกาสป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล มากกว่าอาการข้างเคียงของวัคซีน

ภูมิต้านทานที่เกิดจากวัคซีน วัดได้ในปริมาณที่สูงกว่าการติดเชื้อมาก 

เพราะใช้แอนติเจนจำนวนมาก โดยเฉพาะ mRNA

การติดเชื้อในธรรมชาติก็สร้างภูมิต้านทานได้ดี 

ไม่ควรพลาด "หมอยง" เปิดรายงานเชิงลึก เทียบภูมิจากวัคซีน-การติดเชื้อ 

จากการศึกษา ในอเมริกา (วารสาร American Journal of Public Health, 2023;113:96-104) มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ

ผู้ที่ได้รับวัคซีน กับ ผู้ที่ติดเชื้อเมื่อติดตามไประยะเวลานาน 

พบว่าผู้ที่ฉีดวัคซีน มีโอกาสติดเชื้อสูงกว่าผู้ที่เคยติดเชื้อแล้ว ติดเชื้อซ้ำ

ความรุนแรงของโรคในผู้ที่ติดเชื้อซ้ำ กับผู้ที่ติดเชื้อหลังฉีดวัคซีน พบว่าตรงกันข้ามกัน 

ผู้ที่ติดเชื้อซ้ำหรือติดเชื้อหลังจากการติดเชื้อครั้งแรกจะรุนแรงกว่า ผู้ที่ติดเชื้อหลังฉีดวัคซีน 

กล่าวคือ ป่วยนอนโรงพยาบาล ป่วยหนักหรือเสียชีวิต มากกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วติดเชื้อ

จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรับวัคซีน 

ถึงแม้จะติดเชื้อมาแล้ว ก็มีเหตุผลในการที่จะรับวัคซีนในเข็มต่อไป 

โดยทิ้งระยะเวลาหลังติดเชื้อพอสมควร โดยเฉพาะนานเกิน 6 เดือน

ไม่ควรพลาด "หมอยง" เปิดรายงานเชิงลึก เทียบภูมิจากวัคซีน-การติดเชื้อ 

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ วัคซีนโควิด-19 โดยระบุว่า "ประสิทธิผลของ "วัคซีนเข็มกระตุ้น" เอ็มอาร์เอ็นเอรุ่นที่สอง “ไบวาเลนต์” จากการใช้งานจริงในกลุ่มประชากรกว่า 5 หมื่นคนเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ปรับปรุง 27/12/2565 เวลา 10:05

นพ. นาบิน เค เชรสธา (Nabin K Shrestha ) และทีมวิจัยแผนกโรคติดเชื้อ จากคลีฟแลนด์คลินิก ซึ่งเป็นศูนย์การแพทย์เพื่อการศึกษาที่ไม่แสวงหาผลกำไร ตั้งอยู่ที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นำเสนองานวิจัย (เตรียมตีพิมพ์ เป็นงานวิจัยใหม่ที่ยังไม่ได้รับการประเมินให้การรับรองโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ/peer review ไม่ควรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติทางคลินิก) อาศัยข้อมูลจริง(real world data)ของการฉีด “วัคซีนเข็มกระตุ้นเอ็มอาร์เอ็นเอรุ่นที่สอง ไบวาเลนต์ (bivalent Vaccine Booster Shot)”  เก็บรวบรวมจากพนักงานในวัยทำงานจำนวน 51,011 คน (อายุเฉลี่ย 42.3 ปี) ของ "คลีฟแลนด์คลินิก" 


ซึ่งเคยได้รับวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอรุ่นแรกและมีการติดเชื้อโควิด-19 ตามธรรมชาติมาก่อน ระหว่างเดือนธันวาคม 2563-2565 พบว่าเมื่อได้รับวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอรุ่นที่สอง ไบวาเลนต์ (bivalent Vaccine Booster Shot) เริ่มตั้งแต่ 12 กันยายน 2565  ที่ผ่านมาสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19  ได้ร้อยละ 30 ในระยะเวลา 3 เดือน
 

โดยช่วงเวลาดังกล่าวรัฐโอไฮโอและรัฐใกล้เคียง มีการระบาดของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยอุบัติใหม่ BQ.1.1, BQ.1, BA.5,XBB,BF.7, BN.1, และ BA.2.75 โดยสัปดาห์ล่าสุดมีสายเพันธุ์เหล่านี้ระบาดคิดเป็นร้อยละ 40.7,28.9,8.9,6.2,5.8,4.2 และ 1.3 ตามลำดับ

แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงที่ทีมวิจัยพบ คือความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด-19 กลับมีการแปรผันตรงตามจำนวนครั้งหรือโดส (dose) ของการฉีดวัคซีน(เอ็มอาร์เอ็นเอ) กล่าวคือ หากได้รับวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอจำนวนมากก่อนหน้านี้ ความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 ก็จะยิ่งสูงขึ้น ผู้ที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่ 3 โดสขึ้นไปจะมี “ความเสี่ยง” ในการติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 6 เท่าเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน  
ไม่ควรพลาด "หมอยง" เปิดรายงานเชิงลึก เทียบภูมิจากวัคซีน-การติดเชื้อ 
นักวิจัยคณะนี้พยายามหาคำอธิบายที่ง่ายๆว่า อาจเป็นไปได้ว่าผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนหลายเข็มส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโควิด-19 (จึงให้ความสำคัญเข้ามารับการฉีดวัคซีนหลายเข็ม)

งานวิจัยนี้ไม่ใช่งานวิจัยแรก (ที่แสดงให้เห็นว่าหากได้รับวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอจำนวนมากจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19) แต่ยังมีงานวิจัยก่อนหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากอาสาสมัครจำนวนกว่าแสนคนในประเทศกาตาร์ที่พบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ 3 โดสมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อโอมิครอนซ้ำมากกว่าผู้ที่มีได้รับวัคซีน 2 โดส และงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งยังพบว่าการได้รับวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ 2 หรือ 3 โดสมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการติดเชื้อซ้ำสูงกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอเพียงโดสเดียว

การค้นพบเหล่านี้อาจมีส่วนชี้ให้เห็นว่าการฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการใช้สายพันธุ์โควิดที่จำเพาะเจาะจง (Narrow-Spectrum Anti-coronavirus Vaccines) ซ้ำจนประทับเข้าไปในความทรงจำของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Imprinted SARS-CoV-2 humoral immunity) ว่าต้องเข้าจับและทำลายสายพันธุ์นี้เท่านั้น อาจส่งผลให้ภูมิคุ้มกันที่ได้อาจด้อยประสิทธิภาพลงหากบุคคลเหล่านั้นได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น(booster shot) ที่สร้างจากไวรัสสายพันธุ์เดิมซ้ำ และต่อมามีการติดเชื้อซ้ำ (breakthrough SARS-CoV-2 infection) ด้วยโควิดสายพันธุ์อุบัติใหม่ที่มีการกลายพันธุ์แตกต่างออกไป (จากสายพันธุ์ที่ใช้เป็นต้นแบบในการสร้างวัคซีน) การค้นพบนี้ไม่ได้บั่นทอนประโยชน์ของการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในระยะสั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม 608 แต่กลับเป็นตัวเร่งให้ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกตระหนักและให้ความสนใจศึกษาระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์เมื่อได้รับการกระตุ้นจากวัคซีนหรือจากการติดเชื้อตามธรรมชาติที่มีความซับซ้อนให้รอบด้าน ครบทุกมิติ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในการบริหารจัดการชนิดของวัคซีน จำนวนครั้ง(โดส)ของการฉีดวัคซีน รวมทั้งระยะห่างของการฉีด อีกทั้งยังจะเป็นตัวเร่งการพัฒนาวัคซีนที่สามารถป้องกันการติดเชื้อที่ครอบคลุมสายพันธุ์ดั้งเดิม สายพันธุ์ที่ระบาดในปัจจุบัน และสายพันธุ์ใหม่ที่จะอุบัติขึ้นในอนาคต (Broad-Spectrum Anti-coronavirus Vaccines) เพื่อให้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนได้รับประสิทธิผลของวัคซีนแต่ละประเภทในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สูงสุด 

ท้ายสุดต้องไม่ลืมว่า “ความเสี่ยง” ของการติดเชื้ออย่างรุนแรงหรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตด้วยโควิด-19 ทั่วโลกลดลงอย่างมากก็ด้วยการฉีดวัคซีน

Effectiveness of the Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) Bivalent Vaccine. Available at:

https://www.medrxiv.org/con.../10.1101/2022.12.17.22283625v1

Chemaitelly H, Ayoub HH, Tang P, et al. COVID-19 primary series and booster vaccination and immune imprinting. 2022:2022.10.31.22281756. Chemaitelly H, Ayoub HH, Tang P, et al. COVID-19 primary series and booster vaccination and immune imprinting. 2022:2022.10.31.22281756. Available at: https://www.medrxiv.org/con.../10.1101/2022.10.31.22281756v1

Shrestha NK, Shrestha P, Burke PC, Nowacki AS, Terpeluk P, Gordon SM. Coronavirus Disease 2019 Vaccine Boosting in Previously Infected or Vaccinated Individuals (COVID-19). Clin Infect Dis 2022; :ciac327."

https://www.facebook.com/CMGrama/posts/843287397010508
 

ข่าวล่าสุด