ทางด้าน นพ.ยง ระบุอีกว่า
การระบาดในครั้งนี้จะยาวไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ และหลังจากนั้นก็จะเริ่มลดลงต่ำมาก ๆ แล้วจะไปเพิ่มอีกครั้งหนึ่งในเดือนมิถุนายน ซึ่งคาดว่าในปีหน้า ประชากรเกือบทั้งหมดก็น่าจะมีภูมิต้านทานแล้ว
นำข่าวสารดีๆมาฝากกันตรงนี้
ขอเชิญชวนผู้ปกครอง พาลูกหลานอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป
เข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด 19 เพื่อป้องกันการป่วยหนัก ลดโอกาสเสียชีวิต
กรมควบคุมโรค เผย !! การได้รับวัคซีนในเด็กเล็กลดลง อาจเกิดการระบาดของโรคหัด โรคคอตีบ โรคไอกรน
แนะผู้ปกครองรีบพาบุตรหลานเข้ารับวัคซีนตามกำหนด เริ่มฉีดเข็มแรกได้ตั้งแต่ อายุ 9 เดือนขึ้นไป
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1422
นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้มีแผนเร่งรัดการฉีดวัคซีนตามแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โรคหัด โรคคอตีบ โรคไอกรน โดยกรมควบคุมโรคได้มีการลงพื้นที่เพื่อหารือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในเรื่องกลยุทธ์การเร่งรัดฉีดวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายเด็ก จากการติดตามผลบริการฉีดวัคซีนภาพรวมได้ลดลงทุกวัคซีน เช่น ในเดือนตุลาคม 2565 พบความครอบคลุมการฉีดวัคซีนหัดเข็มที่ 1 เป็นร้อยละ 86 และเข็มที่ 2 เป็นร้อยละ 82 ซึ่งได้ลดลงจากปี 2562 ซึ่งพบความครอบคลุมการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ร้อยละ 92 และเข็มที่ 2 ร้อยละ 90 ตามลำดับ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการเนื่องจากโรคหัดเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจที่เกิดการแพร่เชื้อได้ง่ายมากและจะเกิดผลแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ หากมีการติดเชื้อในกลุ่มเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมด้านวัคซีนป้องกันโรคหัดไว้แล้ว โดย สปสช. จะเป็นผู้สนับสนุนวัคซีนหัดในเด็กเล็ก ซึ่งสามารถรับวัคซีนเข็มที่ 1 ได้เมื่ออายุ 9 เดือน และรับวัคซีนเข็มที่ 2 ได้เมื่ออายุ 1 ปีครึ่ง และกรมควบคุมโรคจะเป็นผู้สนับสนุนวัคซีนหัดในผู้ใหญ่กลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้ทุกกลุ่มเป้าหมายสามารถ
ติดต่อขอรับบริการฉีดวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลของรัฐใกล้บ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ขอเชิญชวนให้พ่อแม่ผู้ปกครองนำบุตรหลานมารับวัคซีนให้ครบตามกำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ที่มา : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
🏥สามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลชุมชน หรือโรงพยาบาลศูนย์ใกล้บ้าน
ที่มา : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#PRDCOVID19
อีกหนึ่งความห่วงใย ที่ส่งมาจากเพจ ศบค. ให้ความรู้แก่ประชาชนในช่วงนี้
LAAB คืออะไร กลุ่มไหนควรฉีดบ้าง?
LAAB (Long Acting Antibody) คือ แอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว สำหรับใช้เพื่อการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อโควิด-19 เป็นภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ใช้ในกลุ่มผู้ใหญ่และวัยรุ่นที่มีอายุมากกว่าตั้งแต่ 12 ปี และมีน้ำหนักมากกว่า 40 กิโลกรัม ทั้งในผู้ที่เคยได้รับวัคซีนและไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน
วิธีการฉีด LAAB จำนวน 1 ครั้ง ครั้งละ 2 เข็ม เข้ากล้ามเนื้อบริเวณสะโพก ชนิดละข้าง
สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 แบบมีอาการได้ร้อยละ 83 ภายในระยะเวลา 6 เดือน
ใครบ้างควรเข้ารับการฉีด LAAB ?
✅ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
✅ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ล้างไตทางช่องท้อง
✅ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ไต, ปลูกถ่ายไขกระดูก ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่รักษาเพื่อขอรับการฉีด
✅ ผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบตามเกณฑ์ (3 เข็ม) และภูมิคุ้มกันไม่ขึ้น
✅ แพทย์ผู้ดูแลคนไข้สามารถพิจารณาให้ในข้อบ่งชี้อื่น ๆ ได้ตามความเหมาะสม
👉🏻 ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สามารถปรึกษาเพื่อขอรับ LAAB ได้กับแพทย์ผู้ให้การรักษา
ขอขอบคุณที่มา : โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#PRDCOVID19
ศธ.กำชับสถานศึกษา เพิ่มมาตรการป้องกัน ควบคุมโควิดแพร่ระบาดอย่างเต็มที่ จัดการเรียนการสอนภายใต้มาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในสถานศึกษา โดยเฉพาะในช่วงวันคริสมาสต์และช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้ ว่า ที่ผ่านมากระทรวง ศธ.ได้กำชับสถานศึกษาทุกแห่งให้เพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันและควบคุมดูแลอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
พื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ภายใต้มาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ทั้งการล้างมือ การเว้นระยะห่าง การสวมใส่หน้ากากอนามัย เป็นต้น แต่หากเชื้อมีความรุนแรงขึ้น ก็จะต้องมีการปรับมาตรการและเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความเรียบร้อยเพื่อให้นักเรียน และครูมีความปลอดภัยจากการติดเชื้อ
ส่วนเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นให้กับนักเรียนนั้น ศธ.ได้ดำเนินการในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานไปฉีดตามจุดให้บริการต่างๆ ได้ ทั้งที่โรงพยาบาลและศูนย์ฯ บริการใกล้บ้าน
ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์