รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุด เฟซบุ๊ก Achara Klinsuwan ของ ทพญ.อัจฉรา กลิ่นสุวรรณ์ ประธานชมรมกัลยาณธรรม ได้โพสต์ข้อความว่า
..
ครูบาอาจารย์ถึงธรรมเป็นแบบอย่าง ตายสงบให้ดู ไม่พึ่งรพ.หนีตาย ร่างก็สละบริจาคเป็นอาจารย์ใหญ่ ห้ามจัดงานศพให้ ทำบุญไว้เองมากพอ ไม่รบกวนใคร ไม่หวังรอให้ใครทำอุทิศให้
สำหรับประวัติของ ดร.สนอง วรอุไร
ท่านมีพื้นเพภูมิลำเนา อยู่ที่ตำบลคลองหลวงแพ่ง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นบุตรคนที่ 6 จากพี่น้องทั้งหมด 8 คน บิดามารดามีอาชีพทำสวน ทำไร่ ซึ่งบิดายังเป็นอดีตกำนันตำบลคลองหลวงแพ่ง ศึกษาเบื้องต้นจากโรงเรียนสุวรรณศิลป์ ก่อนย้ายมาศึกษาต่อที่โรงเรียนวัฒนศิลป์วิทยาลัย จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาโรคพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 2505, ปริญญาโท เกษตรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเชื้อรา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 2514 และได้รับทุนโคลัมโบ จบการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาไวรัสวิทยา มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ปี 2518
ดร.สนอง สรอุไร เริ่มต้นชีวิตหลังสำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย โดยเข้าทำงานเป็นนักวิชาการเกษตร ก่อนโอนย้ายมาเป็นอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รุ่นบุกเบิก หลังจบปริญญาเอก ดร.สนอง เข้ารับการอุปสมบทที่วัดปรินายก ถนนราชดำเนินนอก ก่อนฝึกวิปัสสนากรรมฐานกับพระเทพสิทธิมุนี (โชดก ปธ.๙) ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์ ท่าพระจันทร์ กระทั่งได้รับนิมนต์ไปแสดงธรรมเป็นครั้งแรกในชีวิต ณ ลานอโศก วัดมหาธาตุฯ
เมื่อลาสิกขาออกมา ได้รับเชิญเป็นองค์บรรยายธรรมะตามหน่วยงานและองค์กรต่างๆ หลังจากเกษียณอายุราชการที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
ครั้งหนึ่ง อาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร ได้ร่วมกับ ผศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ เสวนาธรรมหัวข้อ "ชีวิตหลังความตาย ชีวิตใหม่ที่ต้องเตรียมตัว" ในรายการสัปดาห์อนุรักษ์สุขภาพ ครั้งที่ 13 ณ บ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2548 ตามคำเชิญของ อ.จันทน์ทิพย์ ลิ้มทองกุล กระทั่งลูกศิษย์ได้ก่อตั้งชมรมกัลยาณธรรม จัดทำวีดิทัศน์และหนังสือ "ชีวิตหลังความตาย ชีวิตใหม่ที่ต้องเผชิญ" เป็นวิทยาทาน พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือน ต.ค. 2548 จำนวน 10,000 เล่ม
นอกจากนี้ยังมีงานเขียนที่ชื่อ "บ่อเกิดแห่งบุญ" ซึ่งจัดทำโดย ชมรมกัลยาณธรรม พิมพ์ครั้งแรกจำนวน 4,000 เล่ม เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2556 อีกด้วย
เปิดประวัติ ดร.สนอง วรอุไร ฉบับย่อ
พ.ศ.๒๕๐๕ จบปริญญาตรีเกษตรศาสตร์บัณฑิต
จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาโรคพืช
พ.ศ.๒๕๑๕ จบปริญญาโท เกษตรศาสตร์มหาบัณฑิตจาก
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สาขาเชื้อรา
พ.ศ.๒๕๑๘ จบปริญญาเอก สาขาไวรัสวิทยา
จากมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ
พ.ศ.๒๕๑๘ อุปสมบทและเรียนวิปัสสนากรรมฐาน
กับท่านเจ้าคุณโชดก (พระเทพสิทธิมุนี ป.ธ.๙)
ที่คณะ ๕ วัดมหาธาตุฯ
เวลา ๑ เดือนกับ ๑๓ วัน ที่ตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างมอบกายถวายชีวิต
ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องยอมศิโรราบต่อปัญญาของพระพุทธะ
ซึ่งได้พิสูจน์และรู้เห็นด้วยตนเองในอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์วิเศษ
แห่งธรรมและ กฎแห่งกรรม เพราะท่านได้ญาณอภิญญาต่าง ๆ
ในเวลาอันสั้น ท่านอาจารย์จึงเปลี่ยนวิถีชีวิตอุทิศ
เพื่อทดแทนคุณของพระศาสนา เผยแผ่พระธรรมแก่ทั้งฆราวาส
และพระสงฆ์ ปัจจุบันมีคณะศิษย์เผยแผ่ผลงานของท่าน
โดยก่อตั้งเป็นชมรมกัลยาณธรรมและ
เว็บไซต์กัลยาณธรรมทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ,
โดยยึดถือปฏิปทาของท่านเป็นหลักธรรม
ในการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง
ติดตามชม ฟัง ผลงานปราชญ์ด้านพระพุทธศาสนา >>
#การระลึกถึงสิ่งที่น่ากลัว
สิ่งที่เป็นอันตรายที่อยู่รอบตัว
ต้องระวังไม่ให้เกิดเป็น อโยนิโสมนสิการ
คือ กลายเป็นความกลัวที่ทำให้กลัวไปหมดเลย
แต่ต้องให้เป็นความกลัวที่ทำให้เราไม่ประมาท
เห็นคุณค่าของเวลา เห็นความเปราะบางของชีวิต
พยายามใช้เวลาที่ยังมีอยู่ให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด
สำรวจจิตใจตนเองว่า ยังมีกิเลสตัวไหนที่ยังไม่ละ
ที่หากไม่ละแล้ว ในชาติหน้าก็จะเป็นปัญหา
ก็ให้รีบเร่งการปฏิบัติ เพื่อจะปล่อยวาง
เพื่อจะได้หลุดพ้นจากสิ่งนั้น
แต่ หากสำรวจจิตใจแล้ว
สิ่งที่เป็นบาปเป็นอกุศลที่ควรจะละ
ไม่มีหรือไม่มีในเวลานี้
ก็ให้ดำรงอยู่ด้วยปิติและปราโมทย์
เพียรศึกษาปฏิบัติกุศลธรรมทั้งหลายต่อไป
……
พระธรรมพัชรญาณมุนี วิ.
พระอาจารย์ชยสาโร
“นักโทษกิเลส”
๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕