เนชั่นทีวี

ข่าว

สตาร์ลิงก์จำกัดความเร็วโดรนยูเครน รัสเซียสบช่องถล่มเคียฟ

15 ต.ค. 2569 | apirak_pra

สตาร์ลิงก์จำกัดความเร็วโดรนยูเครน รัสเซียสบช่องถล่มเคียฟ

ยูเครนป่วนหนัก สตาร์ลิงก์จำกัดความเร็วสัญญาณโดรนกะทันหัน กระทบการสกัดกั้นขีปนาวุธรัสเซีย ถล่มกรุงเคียฟดับ 5 ศพ ท่ามกลางรอยร้าวสัมพันธ์รัฐบาลทรัมป์

ยูเครนป่วนหนัก สตาร์ลิงก์จำกัดความเร็วสัญญาณโดรนกะทันหัน กระทบการสกัดกั้นขีปนาวุธรัสเซีย ถล่มกรุงเคียฟดับ 5 ศพ ท่ามกลางรอยร้าวสัมพันธ์รัฐบาลทรัมป์

KEY

POINTS

  • ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงก์ได้จำกัดความเร็วสัญญาณบนโดรนรบของยูเครน ทำให้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติการลดลง
  • การจำกัดความเร็วส่งผลให้โดรนยูเครนบินได้ช้าลงและตกเป็นเป้าหมายของระบบป้องกันภัยทางอากาศรัสเซียได้ง่ายขึ้น
  • เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่รัสเซียระดมโจมตีกรุงเคียฟอย่างหนักหน่วงด้วยขีปนาวุธและโดรน

สำนักข่าวต่างประเทศเอพี (AP) รายงานสถานการณ์ความตึงเครียดในศึกสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยเปิดเผยว่า ปฏิบัติการทางอากาศของกองทัพยูเครนต้องเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ หลังจากระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม "สตาร์ลิงก์" (Starlink) ของสหรัฐอเมริกา ที่ติดตั้งอยู่บนโดรนรบ ได้ถูกจำกัดความเร็วสัญญาณลงอย่างกะทันหัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการบินและการทำงานของโดรน ท่ามกลางการระดมโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากฝั่งรัสเซียใส่กรุงคีฟอย่างหนักหน่วงเป็นคืนที่สองติดต่อกัน

 

นายเซอฮีย์ เบสเครสต์นอฟ (Serhii Beskrestnov) ที่ปรึกษาประจำตัวนายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีแห่งยูเครน เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า บริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของเอลอน มัสก์ ได้ทำการจำกัดความเร็วการส่งข้อมูลของเทอร์มินัลสตาร์ลิงก์ที่ติดตั้งบนโดรนยูเครน ส่งผลให้โดรนโจมตีบินได้ช้าลงและตกเป็นเป้าหมายในการถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียยิงตกได้ง่ายขึ้น แม้ในเวลาต่อมาจะมีการปรับเพิ่มความเร็วขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 161 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยูเครนระบุว่า ค่าความเร็วดังกล่าวยังคงช้าเกินไปสำหรับการบินสกัดกั้นโดรนพลังงานเจ็ตของรัสเซีย

 

เหตุการณ์จำกัดความเร็วสัญญาณครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับคำแถลงของ นายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ที่ระบุว่า ยูเครนไม่ได้รับสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าจากพันธมิตรตะวันตก เกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic Missiles) จำนวน 5 ลูกของรัสเซียที่พุ่งเป้าถล่มโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนพลเรือนในกรุงคีฟ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 36 ราย ก่อให้เกิดความวิตกกังวลอย่างหนักว่า ยูเครนกำลังถูกตัดขาดจากการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองทางหารที่สำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลจากทางฝั่งสหรัฐอเมริกา

ความกังวลของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลเคียฟทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงในการนำเข้าน้ำมันดีเซลจากรัสเซีย ซึ่งสวนทางกับความพยายามของนานาชาติในการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเครมลิน นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เซเลนสกีอย่างเผ็ดร้อน โดยเสนอว่าถึงเวลาที่ยูเครนควรจะมีประธานาธิบดีคนใหม่ พร้อมทั้งกล่าวหาว่าผู้นำยูเครนไม่มีความพยายามมากพอในการยุติสงคราม

 

ในส่วนของสถานการณ์การสู้รบ กองทัพรัสเซียยังคงระดมถล่มโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของยูเครนอย่างหนักหน่วง โดยเปิดฉากยิงขีปนาวุธทิ้งตัว 39 ลูก และส่งโดรนเข้าโจมตีกว่า 120 ลำ พุ่งเป้าไปที่โรงไฟฟ้า 6 แห่งในกรุงคีฟและพื้นที่ใกล้เคียง จนส่งผลให้ประชาชนมากกว่า 600,000 คนต้องตกอยู่ในสภาพไม่มีไฟฟ้าใช้ ท่ามกลางถ้อยแถลงของนายเซเลนสกีที่ออกมาเรียกร้องให้ประชาคมโลกและสหรัฐฯ ตอบโต้อย่างเด็ดขาด หลังรัสเซียละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในหมวดโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน

 

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีเซเลนสกี ได้เดินทางเยือนกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร อย่างเร่งด่วน เพื่อเข้าพบและหารือร่วมกับ นายแอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ณ ถนนดาวนิง เพื่อขอรับความช่วยเหลือทางทหารเพิ่มเติม โดยผู้นำอังกฤษได้รับปากที่จะเร่งรัดการจัดส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศผลิตในอังกฤษให้แก่ยูเครนโดยเร็วที่สุด พร้อมยืนยันว่าการสนับสนุนของสหราชอาณาจักรต่อยูเครนจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

ข่าวล่าสุด