ด้าน"นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์" ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวว่า เครือข่ายขอแสดงจุดยื่นและมีข้อเสนอต่อรัฐบาล ดังนี้ 1. ขอประณามและคัดค้านนโยบายขยายเวลาปิดผับบาร์ถึง 04.00 น. ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีไม่ให้ความเห็นชอบกับข้อเสนอนี้
เพราะปัจจุบันผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้านเหล้าผับบาร์ มีมากเกินกว่าที่สังคมจะรับไหว ทั้งการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย ความรุนแรงในครอบครัว ดื่มแล้วขับอุบัติเหตุและปัญหาอาชญากรรมปัญหาสุขภาพ รวมถึงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งประเทศไทยไม่ควรใช้การกินดื่มหรืออบายมุขมาเป็นจุดขาย
และที่ผ่านมาไม่เคยมีข้อมูลว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมาเมืองไทยด้วยจุดขายดังกล่าว เราควรดึงนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอยมากกว่าเอาใจนักท่องเที่ยวสายกินดื่ม ซึ่งมีไม่น้อยที่จะตามมาด้วยเซ็กซ์และยาเสพติด ปัญหาความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เช่นกรณีที่มีข่าวนักท่องเที่ยวต้องมาตายเพราะโดนคนเมาแล้วขับชน ถูกข่มขืน ทำร้ายร่างกาย จี้ปล้น คือสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ควรมุ่งสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวมากกว่าเพิ่มความเสี่ยงให้เขารวมถึงคนไทยที่จะได้รับผลกระทบด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ข้อเสนอนี้จะกำหนดให้เป็นบางพื้นที่นำร่อง ก็ไม่ควรเพราะยิ่งเป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นธรรม ท้ายที่สุดแล้วคนที่อยู่นอกพื้นที่ก็จะเดินทางเข้าไปใช้บริการ ซึ่งจะยิ่งสร้างปัญหาโดยเฉพาะเมาแล้วขับ สุดท้ายการปล่อยให้ดื่มถึงตี 4 เท่ากับการเพิ่มเวลาเมา ทำให้ยิ่งเพิ่มคนเมาแล้วขับบนถนน และจะเป็นเวลาเช้าที่คนจำนวนมากต้องออกไปเรียน ไปทำงาน อาจต้องเสี่ยงตายจากคนเมาแล้วขับที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายนี้
2. ขอเรียกร้องไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ควรมีจุดยืน ไม่เพิ่มภาระทางการแพทย์และสาธารณสุข ควรสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ในฐานะที่เป็นลูกพรรคภูมิใจไทยยุติการผลักดันนโยบายนี้ ซึ่งกำลังสร้างความสับสนว่าเรื่องนี้เป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยหรือกำลังทำตามการล็อบบี้ของกลุ่มธุรกิจและทุนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ข้ามชาติ โดยไม่สนใจความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสังคมไทยหรือไม่
และ 3. เครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคณะที่ผลักดันเรื่องนี้ ลงไปสัมผัสเหยื่อจากคนเมาแล้วขับที่ ครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้พิการ ครอบครัวแตกแยก ผู้หญิงที่ถูกทำร้าย เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เพื่อกระตุ้นสำนึกในความเป็นมนุษย์ มากกว่าการหวังกระตุ้นการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวสายเมาเพียงอย่างเดียว