"ผศ.นพ.ยุทธนา ศตวรรษธำรง" หัวหน้าศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า การก่อตั้งศูนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหารได้เข้ามาเติมเต็มศูนย์ทางเดินอาหารและตับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ในด้านบริการทางการแพทย์แบบไร้รอยต่อ
ทั้งในแง่ของการเสริมศักยภาพในการตรวจวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องแม่นยำและตรงจุดมากขึ้น(AccurateandPreciseDiagnosis) สามารถหาสาเหตุของโรคที่แท้จริงได้ตั้งแต่อาการแรกเริ่ม ( EarlyDetection ) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ( AdvanceMedicalTechnology )
จากประสบการณ์และความชำนาญการของแพทย์ทำให้บำรุงราษฎร์สามารถส่งมอบการบริบาลดูแลป้องกันและรักษาได้ครอบคลุมทั้งโรคที่พบบ่อยโรคที่มีความรุนแรงหรือซับซ้อนเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารแบบOneStopServiceและเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยหายขาดจากภาวะความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารได้
โดย"ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร" คณะแพทยศาสตร์จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นศูนย์ความเป็นเลิศของโรงเรียนแพทย์ที่เดียวและเป็นอันดับหนึ่งในไทยที่ให้บริการตรวจและรักษาความผิดปกติของการทำงานของระบบทางเดินอาหารเป็นสถาบันแห่งแรกที่ให้บริการรักษาผู้ป่วยได้อย่างครบวงจรด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นสถาบันฝึกอบรมและผลิตแพทย์รวมทั้งรับส่งต่อผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อน
ตลอดจนมีการศึกษาวิจัยข้อมูลจากฐานผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคทางเดินอาหารจำนวนมากรวมถึงความใส่ใจของทีมแพทย์ที่ซักถามถึงรายละเอียดของอาการและพฤติกรรมของผู้ป่วยทำให้เข้าใจถึงกลไกของการเกิดโรคและสามารถวางแผนการรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุดมากขึ้น
"ศ.นพ.สุเทพ กลชาญวิทย์" หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าศูนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหาโรงพยาบาลบำรุงราษฎรกล่าวว่า“ศูนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ให้การบริบาลดูแลรักษาผู้ป่วยในกลุ่มโรคที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารส่วนบนและส่วนล่าง
ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และทวารหนักอาทิโรคกรดไหลย้อนมักมีอาการแสบร้อนหน้าอกและเรอเปรี้ยวแต่ผู้ป่วยอาจมาด้วยอาการของโรคหูคอจมูก เช่น แสบคอ เจ็บคอเรื้อรัง มีเสมหะเรื้อรัง หรืออาการทางโรคปอด เช่น ไอเรื้อรัง ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคล้ายโรคหัวใจเช่นอาการเจ็บหน้าอกที่หาสาเหตุไม่พบ,โรคอะคาเลเซียเป็นโรคที่ทำให้กลืนลำบากมีสาเหตุมาจากการสูญเสียเซลล์ประสาทที่ควบคุมการทำงานของหลอดอาหารและหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง,ภาวะการขับถ่ายผิดปกติเช่นท้องผูกเรื้อรังกลั้นอุจจาระไม่ได้,ภาวะท้องอืดแน่นท้องเรื้อรัง
ส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานของทางเดินอาหารผิดปกติและไม่สามารถพบความผิดปกติได้จากการส่องกล้องหรือโรคกระเพาะอาหารที่ตรวจไม่พบสาเหตุภาวะกระเพาะอาหารบีบตัวช้าปวดท้องหรืออืดแน่นท้องโดยไม่รู้สาเหตุ โรคลำไส้แปรปรวน โรคท้องผูกเรื้อรัง เป็นต้น
โรคการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากโดยอาการอาจจะรุนแรงรบกวนคุณภาพชีวิตและเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันและหากไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรักษาแต่เนิ่นๆก็อาจส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังเช่นมะเร็งหลอดอาหารโรคกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะไม่ทราบสาเหตุของโรคแต่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อ พฤติกรรมการบริโภคอาหาร สุขอนามัยที่ไม่ดีพอ ความเครียด และบางโรคเป็นโรคที่วินิจฉัยได้ยาก
แต่ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ทำให้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้แพทย์ผู้ชำนาญการจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีที่นำมาตรวจวินิจฉัยให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้มีความแม่นยำและให้การรักษาได้อย่างตรงจุด เช่น เทคโนโลยีเพื่อตรวจการบีบตัวของหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และการตรวจการทำงานของทวารหนักและหูรูดทวารหนัก, การวัดปริมาณน้ำลาย เพื่อดูการทำงานของต่อมน้ำลาย,การทดสอบไฮโดรเจนทางลมหายใจ,การตรวจวัดความเป็นกรดในหลอดอาหาร24ชั่วโมงหรือการรักษา
โดยการฝึกขับถ่ายให้เป็นธรรมชาติสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะท้องผูกและกลั้นอุจจาระไม่ได้โดยผู้ป่วยท้องผูกที่รับประทานยาระบายแล้วอาการไม่ดีขึ้นประมาณ 40% เกิดจากการเบ่งถ่ายที่ผิดวิธี แพทย์และพยาบาลจะช่วยสอนให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะเบ่งและคลาย นำไปสู่การรักษาให้หายขาดได้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ชั้น 2 อาคาร B (อาคารโรงพยาบาล) หรือโทร. 063 190 3152 หรือโทร. 1378