นางพัชรินทร์ ขันคำ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า หลังปลดล็อกกัญชาจากยาเสพติดพบว่า มีการขายเมล็ดกัญชา กัญชง ทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ทั้งนี้จากการติดตามปลูกพืชกัญชงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เน้นเพื่อเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากยังขาดองค์ความรู้ ทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ที่สำเร็จพบว่า เป็นการปลูกภายใต้ระบบการควบคุมเพื่อการศึกษาวิจัย
ส่วนการปลูกกัญชาพบว่า มากกว่า 90 - 95% ไม่ประสบความสำเร็จ มีปัญหาโรคพืช และแมลง เพราะขาดองค์ความรู้ในการปลูกที่มีคุณภาพ ทั้งที่ใช้เงินทุนสูง ผลผลิตไม่ได้เกรดที่สามารถนำไปใช้ทางการแพทย์ได้ ขายไม่ได้ จึงเป็นที่น่ากังวลว่า ผลผลิตเหล่านี้จะหลุดเข้าไปในตลาดมืด ที่น่าห่วงคือการใช้ในเยาวชน ที่อาจจะนำไปสู่การใช้สารเสพติดชนิดอื่น ๆ ตามมาได้ ดังนั้นตนมองว่า ควรมีการควบคุมการปลูก มีกลไกดูแลระดับพื้นที่อย่างทั่วถึง
ขณะที่ นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ที่มีการระบุว่า การปลดล็อคกัญชาออกจากยาเสพติดของไทย ไม่ผิดอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติด 1961 นั้น เป็นการให้ข้อมูลที่ผิด เพราะในอนุสัญญายังถือว่า เป็นยาเสพติด ที่ยังไม่มีประเทศใด นอกจากไทยที่ปลดออกจากยาเสพติด
ทั้งนี้จากรายงานขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่า หลายประเทศที่อนุญาตให้ใช้เพื่อนันทนาการกว่า 40% มีการใช้ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะแถบอเมริกาเหนือ และแอฟริกาบางประเทศ เกิดปัญหาอาชญากรรม ปล้น คดีทางเพศ นำไปมอมผู้หญิง เกิดปัญหาสาธารณสุข ซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย อุบัติเหตุทางถนน ขณะที่ปัญหากัญชาใต้ดินก็ยังมีอยู่ ข้อเสนอของยูเอ็นคือ ควรส่งเสริมให้ประชาชนทำอาชีพอื่น พร้อมยกโครงการพระราชดำริ ยกเลิกการปลูกฝิ่นของไทยเป็นแบบ ขัดแย้งกับนโยบายรัฐบาลไทย ที่ส่งเสริมการปลูกกัญชามากขึ้น
ขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ที่เสนอโดย พรรคภูมิใจไทย นั้น มีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วย เพราะมีเนื้อหาที่ต้องมีการตีความให้เกิดการใช้กัญชาเสรี เช่น การกำหนดพื้นที่ห้ามขาย ห้ามสูบ ซึ่งไม่มีใครเขียนแบบนี้ เพราะเท่ากับว่า สถานที่ที่นอกเหนือจากนั้นถือว่าทำได้ การระบุว่า ห้ามสูบที่สาธารณะ แปลว่าสูบในบ้านได้ แล้วเกิดกลิ่นควันไปกระทบเพื่อนบ้าน และกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ออกมากำกับก็ไม่สามารถใช้ได้จริง เช่น พ.ร.บ.การสาธารณสุข เรื่องกลิ่นและควันเห็นเหตุรำคาญ ก็ต้องมีเงื่อนไขว่า ต้องมีการร้องเรียน เป็นต้น
ทั้งนี้ เมื่อย้อนไป ตอนยกร่างฯ ก็ไม่มีการประชาพิจารณ์อย่างแพร่หลาย แต่ทำผ่านเว็บฯ มีผู้แสดงความเห็น 97 คน แล้วทำสรุป ที่สำคัญคือกระทรวงสาธารณสุข ไม่เสนอร่างฯ ประกบ ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญที่หน่วยงานรัฐไม่ควรละเลย ถือว่ากระทรวงเกียร์ว่าง ซึ่งอาจเพราะรัฐมนตรีอยู่ในพรรคเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หลังร่างฯ ถูกตีกลับมาปรับปรุงเสนอเข้าสภาใหม่นั้น ไม่น่าทันรัฐบาลชุดนี้ เพราะยังต้องผ่านวุฒิสภาอีก ท่ามกลางภาวะสุญญากาศไม่มีกฎหมายควบคุม ดังนั้นภาครัฐต้องมีบทบาทมากกว่านี้ ป.ป.ส. ไม่ควรละเลย เพราะดูแลเกี่ยวกับยาเสพติดโดยเฉพาะ การอ้างว่า กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แล้วจะไม่ทำอะไรเลย ก็คงไม่ถูกต้อง เพราะสิ่งที่เห็นชอบให้ปลดล็อกตอนแรก อาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ด้าน พญ.จริยา ภูดิศชินภัทร ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล นำเสนอกรณีตัวอย่างชายวัยกลางคน 3 ราย ซื้อคุกกี้ผสมกัญชา แบ่งกันกินแล้วเกิดอาการเมา เคลื่อนไหวช้า ภาพตัดเป็นพัก ๆ จนต้องมาโรงพยาบาล พัก 4 ชั่วโมงอาการจึงค่อยดีขึ้น เมื่อตรวจคุกกี้ที่เหลือก็พบ THC 0.019 % ไม่เกินที่กฎหมายกำหนดในการเป็นยาเสพติด แต่กลับมีผลกระทบได้ อีกเคสเป็นชายวัย 30 ปี มา รพ. ด้วยอาการซีกซ้ายอ่อนแรง 30 นาที หลังสูบกัญชาบ้อง และมีอาการปวดศีรษะ ไม่มีตาเบลอ หรือผิดปกติอื่น ๆ ตรวจร่างกายและ MRI สมอง ผลเป็นปกติ รักษาเหมือนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจนหายแล้ว
คนไข้ให้ข้อมูลว่า สูบกัญชา 1 - 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ต่อเนื่อง 2 ปี คาดว่า อาการดังกล่าวน่าจะเกิดจากกัญชา สอดคล้องกับรายงานในต่างประเทศ ที่พบคนสูบกัญชามานานจะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดสมองหดเกร็งเฉียบพลัน ภาพถ่ายรังสีหลอดเลือดสมองพบบางจุดตีบชัดเจน ทั้งนี้คนอายุน้อย ถ้าหดแล้วคลายตัวทันที เนื้อสมองจะไม่ตาย แต่ถ้าคนมีปัญหาหลอดเลือดตีบ เบาหวาน ความดัน หลอดเลือดตีบชั่วคราว ก็จะทำให้สมองขาดเลือดเฉียบพลัน หรือมีเลือดออกสมองได้ และกรณีเช่นนี้ อาจเกิดกับผู้ป่วยใช้สาร หรือสารเสพติดอื่น ๆ ได้ แต่กัญชาก็พบได้ ราว 20% นอกจากนี้สารกัญชายังมีทั้งฤทธิ์กดสมอง และกระตุ้นสมองระยะสั้น และผลระยะยาว เช่น จิตเวช ซึมเศร้า อีคิวลด กล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมหดเกร็ง เป็นต้น