อย่างไรก็ตาม ประเทศไทย ซึ่งได้มีการตรวจติดตามไวรัสกลายพันธุ์ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์จีโนมของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อติดตามรหัสพันธุกรรมของไวรัสสายพันธุ์ใหม่
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัส โควิด XBB ในประเทศไทย แต่จากข้อมูลล่าสุดของฮ่องกง ซึ่งรายงานโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบทางสาธารณสุข (HK Health Authorities) พบว่า..
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2565 ฮ่องกงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งสิ้น 5622 ราย เป็นเคสที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ 387 ราย คิดเป็น 6.88% นั้น พบว่ามี 29 ราย (คิดเป็น 7.49%) เป็นไวรัสสายพันธุ์ XBB
- 13 คนเดินทางมาจากสิงคโปร์
- 5 คนเดินทางมาจากอินเดีย
- 3 คนคนเดินทางมาจากไทย
- 2 คนเดินทางมาจากสหราชอาณาจักรและอินโดนีเซีย
- และประเทศละ 1 คน คือ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และสาธารณรัฐเช็ก
สิ่งที่น่าสนใจมากก็คือ มีผู้โดยสารที่เดินทางออกจากประเทศไทยไปยังฮ่องกง แล้วตรวจพบไวรัส XBB จำนวน 3 ราย ซึ่งยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า เป็นผู้ที่อาศัยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย หรือเป็นผู้ที่เดินทางผ่านมาเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศไทยเท่านั้น
ถ้าเป็นกรณีที่อยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลานานแล้ว ก็แปลว่ามีการติดเชื้อ XBB ในประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว แต่การตรวจรหัสพันธุกรรมซึ่งใช้วิธีสุ่มตรวจยังไม่พบ แต่ถ้าเป็นกรณีผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศอื่น และแวะเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศไทยเพื่อไปฮ่องกง ก็จะทำให้เบาใจได้ในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม จากในอดีตเวลามีไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นอัลฟ่า เดลต้า หรือโอมิครอนในประเทศอื่น สุดท้ายก็สามารถระบาดไปทั่วโลกอันรวมถึงประเทศไทยด้วย
ดังนั้นก็คาดได้ว่า ไม่ช้าก็เร็ว ไทยน่าจะเจอผู้ติดเชื้อ XBB ในที่สุด
สิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้ก็คือ การรับมือกับไวรัส XBB ที่แพร่ระบาดได้เร็วมาก แต่อาการรุนแรงไม่มากนัก ก็คือการใส่หน้ากากอนามัย ในสถานที่เสี่ยง กิจกรรมเสี่ยง ล้างมือบ่อยบ่อย และเว้นระยะห่างทางสังคม ก็สามารถป้องกันไวรัสได้ทุกสายพันธุ์รวมทั้ง XBB ด้วย