นอกจากนั้นในระบบงบประมาณได้มีการนำงบกลางมาใช้ในการแก้ปัญหาโควิด-19 ในด้านต่างๆ รวมทั้งการซื้อวัคซีนโดยใน 2 ปีงบประมาณรัฐบาลและรัฐสภาเห็นชอบร่วมกันในการจัดทำ งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ใน 2 ปีงบประมาณ หรือ “งบกลางฯโควิด”
ในปีงบประมาณ 2564 และปีงบประมาณ 2565 วงเงินรวม 56,625.6 ล้านบาท แบ่งเป็นงบกลางฯโควิดปี 2564 วงเงิน
40,325.6 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2565 วงเงิน 16,300 ล้านบาท
ในขณะเดียวกันได้มีการอนุมัติงบกลางจากรายการสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วน ในปี 2563 – 2565 วงเงินรวม 37,198.06 ล้านบาทโดยมีการใช้จ่ายหลากหลายรายการทั้งการจ่ายค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ ไปถึงค่าใช้จ่ายให้กับการดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับหน่วยงานความมั่นคงในช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19
- 3.พ.ร.ก.สนับสนุนสภาพคล่องเพื่อดูแลเสถียรภาพตราสารหนี้ภาคเอกชน พ.ศ. 2563 โดยให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่อง เพื่อลดความเสี่ยงของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate Bond Liquidity Stabilization Fund: BSF) เข้าไปซื้อตราสารหนี้เพื่อเสริมสภาพคล่องแก่บริษัทผู้ออกหุ้นกู้ที่มีคุณภาพ แต่ประสบปัญหาสภาพคล่องชั่วคราว (Temporary liquidity shortage) จากการแพร่ระบาดของโควิดเพื่อให้บริษัทสามารถ rollover หุ้นกู้ต่อไปได้ ทั้งนี้ ธปท. สามารถซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้ไม่เกิน 4 แสนล้านบาท