ส่วนชาวบ้านอีกราย เปิดเผยว่า ถูกน้ำท่วมมาเป็นเดือน ข้าวของเสียหาย รถจักรยายนต์จมน้ำ เวลานี้นั่งติดตามข่าว เเต่สถานการณ์น้ำจนเกิดความเครียด เพราะห่วงว่า หากน้ำมามากมันจะท่วมเเบบไม่ทันตั้งตัวจะเก็บข้าวของไม่ทัน เพราะอีกกว่า 10 เซนติเมตร จะท่วมเท่ากับปี 2554 พร้อมกับเรียกร้องให้หน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาดูเเลบ้าง โดยเฉพาะเรื่อง ยารักษาโรค
นอกจากนี้ นาย ศิริพงษ์ รัสมี ยังพาไปดูที่ประตูระบายน้ำหนองจอก ซึ่งขณะนี้เปิดประตูระบายน้ำ เเค่ 4 บาน จากทั้งหมด 20 บาน เเละขณะนี้ยังต้องหน่วงน้ำไว้ปริมาณมาก ระดับน้ำต่างกันถึง หนึ่งเมตร เพื่อรักษาพื้นที่กรุงเทพมหานทางลาดกระบัง สนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงเขตเศรษฐกิจของหนองจอก ที่เป็นตลาด
นาย ศิริพงษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนสำหรับความเป็นอยู่ของชาวบ้าน จัดรถยกสูงช่วยประชาชนเดินทาง เเจกกระสอบทราย วันละนับหมื่นลูก ป้องกันน้ำท่วมเข้าบ้าน เเต่ก็อยากให้ ทางกรุงเทพ ทางสำนักงานเขตลงมาดูเเล ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยแบ่งพื้นที่ สีเเดง คือ เเขวงต้อยติ่ง เเขวงลำผักชี เเขวงศาลาเเดง ที่น้ำท่วมหนัก
สำหรับปัญหาอุปสรรคการระบายน้ำเวลานี้ ประตูระบายน้ำยังต้องดึงน้ำไว้ กระจะกระทบพื้นที่ที่ท่วมอยู่ ให้หนักกว่าเดิม หากไม่หน่วงน้ำไว้ ก็จะท่วมพื้นที่ลาดกระบัง
นายศิริพงษ์ เปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้พื้นที่การเษตรของชาวหนองจอก จมน้ำได้รับความเสียหาย 50% โดยพื้นที่หนองจอก 60% คือ การประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทั้งการทำนาข้าว การทำสวน นาข้าวที่อยุ่ระหว่างใกล้เก็บเกี่ยว เเช่น้ำ ใกล้ตาย ส่วนนาข้าวที่เพิ่งจะหวานใหม่จมน้ำตายไปเเล้วหลายพันไร่
สำหรับเเผนการเเก้ปัญหาน้ำท่วม ระยะยาว นาย ศิริพงษ์ รัสมี บอกว่า อยากให้รัฐบาล เเละ กทม. ร่วมกันวิเคราะห์ สถานการณ์เปรียบเทียบกับปี 54 พร้อมเสนอให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ปลายคลองพระนคร เนื่องเขต ให้ระบายลงสู่คลองพระองค์เจ้าไชยยานุชิต โดยตรง เพื่อจะทำให้ไม่เกิดน้ำท่วมในพื้นที่สีเเดง เป็นการป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจ ลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชาวหนองจอก
มีรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ย.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ย่านลาดกระบัง หนองจอก เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ