กรมป่าไม้ MOU กรมอุทยานฯ เพิ่มความคล่องตัวทำงานแบบไร้รอยต่อ
09 ก.ย. 2565 | thanita_boo

“วราวุธ ศิลปอาชา” เป็นประธาน MOU ระหว่างกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ โอนภารกิจหน่วยงานเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ
ข่าว
09 ก.ย. 2565 | thanita_boo

“วราวุธ ศิลปอาชา” เป็นประธาน MOU ระหว่างกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ โอนภารกิจหน่วยงานเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ
9 กันยายน 2565 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงาน ให้กับผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมทั้งเป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การโอน ภารกิจ หน่วยงาน พื้นที่และทรัพยากรการบริหาร ระหว่างกรมป่าไม้ กับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ณ ห้องอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
โดยนายวราวุธ กล่าวว่า การบันทึกข้อตกลงการทำงานร่วมกันในครั้งนี้จะทำให้เกิดความคล่องตัวในการทำงาน และการบริหารงานหลายๆโครงการ เนื่องจากบางครั้งเมื่อพี่น้องประชาชนติดต่อเข้ามาในบางครั้งอาจมีการเข้าใจผิด แต่วันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทางอธิบดีกรมป่าไม้และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์ุพืช เห็นหลายสิ่งหลายอย่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จนกระทั่งเป็นการลงนามในข้อตกลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถ่ายโอนบุคลากร พื้นที่ในการทำงาน ท้ายที่สุดแล้วประโยชน์ในการทำงานจะตกไปอยู่ที่พี่น้องประชาชน ทั้งการขอใช้พื้นที่ การสำรวจในพื้นที่ต่างๆ รวมไปถึงโครงการต่างๆที่สามารถอำนวยความสะดวก ทำให้ปัญหาของพี่น้องประชาชนสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น
“จะสามารถทำงานได้อย่างไร้ตะเข็บรอยต่ออย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเมื่อเช้านี้ในการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ตนได้ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งจัดเรื่องงบประมาณและเรื่องแผนที่แต่ละ อปท. จะบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องไฟป่าในต้นปีหน้าที่จะถึง “ นายวราวุธ กล่าว
ทั้งนี้ นายวราวุธ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากนี้ภารกิจของกรมอุทยานฯและกรมป่าไม้ การออกกฎหมายลำดับรองของ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติหรือพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการทำแผนที่แนบท้ายกฤษฎีกาต่างๆ ในบางครั้งจะเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวกันระหว่างอุทยานและป่าไม้ การที่ทั้ง 2 หน่วยงานสามารถทำงานร่วมกันและใช้บุคลากรร่วมกันได้ ฐานข้อมูลและกำลังคนทั้งหลาย จะช่วยให้การทำงานทั้งเรื่องกฎหมายที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนมีความคล่องตัวมากขึ้น