จังหวัดปราจีนบุรี มีพื้นที่น้ำน้ำท่วม 1 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกบินทร์บุรี ปัจจุบันคลองพระปรงและแม่น้ำปราจีนบุรียังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
จังหวัดสระแก้ว มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดสระแก้ว ส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง ปัจจุบันระดับยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นที่น้ำน้ำท่วม 1 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพนมสารคาม ปัจจุบันระดับน้ำในคลองระบายน้ำยังทรงตัว หากไม่มีปริมาณฝนตกหนักเพิ่มเติม คาดว่าระดับน้ำจะเริ่มลดระดับลง
จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่น้ำท่วม 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอมัญจาคีรี และอำเภอชุมแพ คาดว่า ภายใน 3-5 วัน หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มสถานการณ์จะเข้าสู่ปกติ
จังหวัดชัยภูมิ มีพื้นที่น้ำน้ำท่วม 1 อำเภอ ได้แก่ อำเภอภูเขียว ระดับน้ำในพื้นที่น้ำท่วมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มีน้ำป่าจากเทือกเขาไหลลงสู่ลำน้ำเชิญ ปัจจุบันมีฝนในพื้นที่เล็กน้อย และสถานการณ์น้ำในลำน้ำที่จุดสถานีวัดน้ำ E.85 มีระดับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่น้ำน้ำท่วม 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวารินชำราบ อำเภอนาจะหลวย อำเภอเดชอุดม อำเภอนาเยีย อำเภอน้ำยืน และอำเภอเมือง คาดว่าสถานการณ์ จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 3-4 วัน
พร้อมทั้งได้สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 21 ส.ค. 65 ดังนี้
- ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้
- ปริมาณฝน 24 ชั่วโมง สูงสุดที่ จ.เพชรบูรณ์ (206) จ.ขอนแก่น (171) และ จ.ตราด (170)
- แม่น้ำสายหลัก น้ำน้อยถึงปกติ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนแม่น้ำโขง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
- ปริมาณน้ำ แหล่งน้ำทุกขนาด 50,122 ล้าน ลบ.ม. (61%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 43,699 ล้าน ลบ.ม. (61%) เฝ้าระวังน้ำต่ำกว่าเกณฑ์บริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำ จำนวน 1 แห่ง บริเวณภาคเหนือ เฝ้าระวังน้ำสูงกว่าเกณฑ์บริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำ จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ แม่งัด กิ่วคอหมา กิ่วลม ป่าสักฯ อุบลรัตน์ น้ำพุง หนองปลาไหล บางพระ และบึงบระเพ็ด
- กอนช. แจ้งเตือนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก บริเวณ จ. เชียงราย น่าน ตาก หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ สกลนคร อุบลราชธานี ระยอง จันทบุรี และตราด
- ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเนื่องจากช่วงวันที่ 20-22 ส.ค.65 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และได้รับผลกระทบ ดังนี้
- จ.อุบลราชธานี ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่ง บริเวณที่ลุ่มต่ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกร ใน 8 อำเภอได้แก่ อ.เมือง อ.วารินขำราบ อ. เดชอุดม อ.นาจะหลวย อ.น้ำยืน อ.ทุ่งศรีอุดม อ.น้ำขุ่น และ อ.นาเยีย กระทบการดำรงชีพ ได้แก่ อ.เมือง มีการตั้งจุดอพยพพักพิงชั่วคราว 4 จุด พื้นที่เกษตรน้ำท่วม 24,142 ไร่ ทางจังหวัดเข้าให้ความช่วยเหลือ ดังนี้
1. ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย ณ จังหวัดอุบลราชธานี ระดมให้ความช่วยเหลือในพื้นที่
2. หน่วยงานและจิตอาสา ระดมให้ความช่วยเหลือ
- จ.พระนครศรีอยุธยา เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ได้ปล่อยน้ำที่ 1,500 ลบ.ม./วินาที ปัจจุบันมีน้ำล้นตลิ่งท่วมชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาแม่น้ำน้อย และลำคลองสาขา โดยน้ำไหลเข้าท่วม 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอผักไห่ เสนา บางไทร บางบาล และบางปะหัน มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 5,000 หลังคาเรือน ทางจังหวัดได้เพิ่มการป้องกันวัดและโบราณสถานที่สำคัญ เช่น พระตำหนักสิริยาลัย วัดไชยวัฒนาราม วัดธรรมมาราม รวมถึงพื้นที่เขตเกาะเมืองกรุงเก่า เขตเศรษฐกิจ เขตอุตสาหกรรม และพื้นที่เกษตรกร เช่น ข้าวรอบที่ 1 (ข้าวนาปี) ที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวช่วงต้นเดือนกันยายนนี้