ลักษณะของต้นรวงผึ้ง
- ลักษณะทั่วไป : ไม้ต้นขนาดเล็ก ผลัดใบ เรือนยอดทรงกลม หนาทึบ เปลือกสีน้ำตาลปนขาว
- ใบ : ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ ใบรูปรีถึงรูปรีขอบขนาน ขนาด 1.5-3 เซนติเมตร ยาว 4-9 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว ก้านใบมีขน ใบสีเขียวใต้ใบสีอ่อนกว่าและมีเกล็ดเล็กๆ
- ดอก : สีเหลือง มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแน่นตามซอกใบบริเวณปลายกิ่ง โคนกลีบเลี้ยง เชื่อมกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก คล้ายรูปดาว ไม่มีกลีบดอก ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 1.5 ซม.
- ผล : ผลแห้ง แก่ไม่แตก ทรงกลม ขนาด 0.5-1 เซนติเมตร มีขน
- การใช้งานด้านภูมิทัศน์ : ปลูกประดับสวน ดอกสวยออกเต็มต้น มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ปลูกเลี้ยงง่าย ทนแล้งข้อดีของพันธุ์ไม้
ข้อดีของ ต้นรวงผึ้ง แบ่งเป็นข้อๆได้ดังนี้
- ออกดอกครั้งละมากๆ (เต็มต้น) เมื่อดินแห้งตามธรรมชาติ
- เป็นพันธุ์ไม้หอมที่มีช่วงการปลูกกว้าง สามารถขึ้นได้ดีทั้งที่แห้งแล้งและที่ค่อนข้างชื้น
- เป็นพันธุ์ไม้ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ไม่ต้องการการดูแลมาก ใบไม่ค่อยร่วง
- เป็นพันธุ์ไม้ที่มีระบบรากดีมาก ไม่มีการหักโค่นของต้นขนาดใหญ่ ถึงแม้ว่าจะเป็นกิ่งที่ได้จากการตอน
ประวัติต้นรวงผึ้ง
ต้นรวงผึ้ง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Yellow Star และชื่อวิทยาศาสตร์คือ Schoutenia glomerata King subsp. peregrina (Craib) Roekm. & Hartono เป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย พบมากในป่าทางภาคเหนือ ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000-1,100 เมตร
"ต้นรวงผึ้ง" บางพื้นที่ บางท้องถิ่นมีชื่อเรียกอื่น ๆ ว่า ต้นน้ำผึ้ง หรือ ต้นสายน้ำผึ้ง หรือ ดอกน้ำผึ้ง โดยเป็นชื่อเรียกของคนท้องถิ่นที่มักได้ยินกันบ่อยในแถบกรุงเทพฯ และภาคเหนือ
เอกลักษณ์ของ ต้นรวงผึ้ง
ต้นรวงผึ้ง เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ความสูงประมาณ 5 เมตร ทนแดด และชอบขึ้นในที่แล้งหรือค่อนข้างแล้ง ลำต้นแตกกิ่งต่ำ ลักษณะลำต้นเป็นทรงพุ่มมน ออกใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ด้านหน้าใบจะเป็นสีเขียวและหลังใบเป็นสีน้ำตาลนวล ดอกรวงผึ้งส่งกลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้งตลอดทั้งวัน และมีสีเหลืองอร่ามดูโดดเด่น ออกดอกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ ลักษณะดอกมีกลีบเลี้ยง 5 แฉกคล้ายรูปดาวติดกับโคนกลีบและเป็นฐานรองกระจุกเกสรตัวผู้ ไม่มีกลีบดอก ดอกจะบานได้นาน 7-10 วัน โดยจะผลิดอกในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ส่วนผลของต้นรวงผึ้งมีขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร เป็นทรงกลม ผลแห้ง และมีขน
วิธีปลูกและการดูแลรักษา
ต้นรวงผึ้ง สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำกิ่ง แต่วิธีปลูกต้นรวงผึ้งที่นิยมมากที่สุดคือ การตอนกิ่ง ด้วยการควั่นกิ่งและลอกเปลือกออก จากนั้นนำดินเหนียวและกาบมะพร้าวชุบน้ำมาหุ้มแผลเอาไว้ ห่อด้วยแผ่นพลาสติกและมัดเชือกปิดมิด ดูแลรดน้ำตามปกติ อาจจะใช้ฮอร์โมนเร่งรากด้วยก็ได้ รอรากงอกออกมาภายใน 2-3 วัน จึงค่อยตัดไปปลูกลงในหลุมดินร่วน เพื่อให้ได้ผลดีแนะนำให้ปลูกในที่กลางแจ้ง เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแดดและทนแล้งได้ดี รดน้ำปานกลาง และปลูกไว้บริเวณแสงแดดส่องถึงตลอดทั้งวัน ต้นก็จะเจริญเติบโตให้ความร่นรื่น ออกดอกสวยงาม แถมใบไม่ร่วงมากด้วย
ขอบคุณข้อมูล : เว็บไซต์ อุทยานหลวงราชพฤกษ์, เว็บไซต์ ต้นไม้และสวน และ ฐานเศรษกิจ