ขณะที่ในส่วนของคดี เมื่อเวลา 14.00 ที่ศาลแขวงดุสิต พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลเเขวง ได้ยื่นฟ้อง นายปิติพัฒน์ ในข้อหา ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย จากกรณีปรากฏคลิปวิดีโอ ซึ่งแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2567
โดยจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าว ศาลพิพากษาจำคุก 2 เดือน 10,000 จำเลยให้การรับสารภาพ คงจำคุก 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุก รอลงอาญา 1 ปี สั่งคุมประพฤติ 1 ปี โดยให้รายงานตัว 4 ครั้ง บริการสังคม 12 ชม. พักใบอนุญาตขับขี่ 6 เดือน เเละริบรถยนต์ของกลาง สำหรับจำเลยมีใบอนุญาตขับขี่ แต่สิ้นอายุ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ปรับเป็นพินัย จำนวน 2,000 บาท ไว้ก่อนเเล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2565 ทางสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เคยมีหนีงสือเวียนให้พนักงานอัยการ ถือปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาผู้ขับรถไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนจากการใช้รถใช้ถนนโดยให้อัยการใช้ดุลพินิจในการขอริบรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
โดยก่อนหน้านี้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4730 / 2564 จำเลยให้การรับสารภาพข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์ของกลางไปตามถนนพุทธรักษา อันเป็นทางสาธารณะในขณะเมาสุราและขับรถย้อนศรสวนทิศทางการเดินรถ ไม่เป็นไปตามทิศทางที่กำหนดไว้อันเป็นการขับรถ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นที่สัญจรไปมาบนถนน รถยนต์ของกลางจึงถือเป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดตามฟ้องของอัยการโจทก์โดยตรงอันพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33