ด้าน นายสราวุธ เปิดเผยว่า กรมทางหลวงมีหน้าที่ในการดูแลถนนทั่วประเทศ ประมาณ 52,000 กม. จากทั้งหมด 7 แสนกว่า กม. ปัจจุบันมีด่านชั่งน้ำหนักถาวร อยู่ประมาณ 101 ด่านบนถนนสายหลัก แต่ยังไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ และกำลังอยู่ระหว่างศึกษา ทำด่านชั่งน้ำหนักถาวรเพิ่มอีก 85 ด่านในอนาคต ซึ่งในแต่ละปีอาจมีเพิ่ม 2-3 ด่าน ในเส้นทางคมนาคม หรือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ
ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียน ในเส้นทางอื่นๆ เช่น เส้นทางรอง เรื่องของรถบรรทุกน้ำหนักเกิน โดยได้ส่งรถชั่งน้ำหนักเคลื่อนที่ไปตรวจ จับได้ถึงปีละ 3-4 พันคัน และยังพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายอยู่ จึงอยากขอความร่วมมือ เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดูแลในเส้นทางรองด้วย
ซึ่งครั้งนี้ รอง ผบ.ตร. และ ผู้ว่าฯ กทม. ขอความร่วมมือ กรมทางหลวง ซึ่งมีภารกิจหน้าที่ในการตรวจชั่งน้ำหนักรถอยู่แล้ว ก็จะใช้เทคโนโลยีของ AI ที่มีอยู่แล้ว 42 แห่ง ทั่ว กทม. เข้ามาช่วยตรวจจับ หากพบว่ามีแนวโน้มบรรทุกน้ำหนักเกิน ก็จะเข้าดำเนินการจับกุมทันที หรือข้อเสนอจาก ผู้ว่าฯ กทม. ในการติดตั้ง GPS ที่รถบรรทุกทุกคัน ก็จะทำให้สามารถทราบเส้นทางได้ว่ารถวิ่งไปที่ไหนบ้าง
เบื้องต้นได้มีการหารือกับสมาคมรถบรรทุกแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์อื่นๆ ให้ช่วยดูแลควบคุมสมาชิกให้ปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังจะเพิ่มมาตรการความเข้มข้น ในการตรวจจับรถบรรทุกให้ครอบคลุม รวมถึงหารือจัดตั้งงบประมาณ เพิ่มด่านชั่งน้ำหนักถาวรในเส้นทางอื่นๆ และบริเวณหน้านิคมอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อประหยัดเวลาการตรวจจับบนท้องถนนได้ด้วย